
สภาพอากาศวันนี้ -14 ก.ย.ทั่วไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศวันนี้ -14 ก.ย.69 ทั่วไทยเหนือ -ใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
KEY
POINTS
- กรมอุตุฯ คาดการณ์ช่วงวันที่ 8-14 ก.ย. ทั่วไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยช่วงแรก (8-9 ก.ย.) จะเน้นที่ภาคเหนือและอีสาน ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ตะวันออก และใต้ในเวลาต่อมา
- สาเหตุหลักเกิดจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง
- เตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
- ต้องจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ช่วง 11-13 ก.ย. ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศวันนี้ -14 กันยายน พ.ศ. 2569 (พยากรณ์อากาศล่วงหน้า) ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ย. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 11 ก.ย. 69 ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 14 ก.ย. 69 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนตอนใต้จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมซึ่งพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ตลอดช่วง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.ย. 69 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางแนวโน้มจะทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป ขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องในระยะนี้
ข้อควรระวัง
- ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
- สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศรายภาค 8 - 14 กันยายน พ.ศ. 2569
ภาคเหนือ
วันที่ 8 – 11 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 8 - 10 ก.ย. 69 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
วันที่ 12 – 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 8 – 11 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 8 - 10 ก.ย. 69 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
วันที่ 12 – 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 - 36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
วันที่ 8 – 9 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
วันที่ 10 - 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 10 - 11 ก.ย. 69 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
วันที่ 8 – 9 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
วันที่ 10 - 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
วันที่ 8 - 9 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่
วันที่ 10 - 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
วันที่ 8 - 9 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่
วันที่ 10 - 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 - 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
วันที่ 8 – 9 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
วันที่ 10 – 14 ก.ย. 69
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 10 – 11 ก.ย. 69 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 26 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
สทนช.เปิดพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม น้ำล้นตลิ่ง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เปิดเผยพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 9 - 13 กันยายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
ภาคเหนือ
- จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว ฮอด และอมก๋อย)
- จังหวัดเชียงราย (อำเภอแม่สาย แม่จัน ดอยหลวง เวียงเชียงรุ้ง แม่สรวย พาน และเวียงป่าเป้า)
- จังหวัดพะเยา (อำเภอเชียงคำ แม่ใจ จุน ดอกคำใต้ ปง และเชียงม่วน)
- จังหวัดน่าน (อำเภอปัว บ่อเกลือ และเวียงสา)
- จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอโกสัมพีนคร พรานกระต่าย เมืองกำแพงเพชร คลองลาน และคลองขลุง)
- จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มเก่า หล่มสัก และเมืองเพชรบูรณ์)
- จังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง สามเงา แม่ระมาด บ้านตาก เมืองตาก แม่สอด วังเจ้า พบพระ และอุ้มผาง)
- จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- จังหวัดเลย (อำเภอเชียงคาน ปากชม ด่านซ้าย ภูเรือ เมืองเลย และวังสะพุง)
- จังหวัดอุดรธานี (อำเภอบ้านผือ และโนนสะอาด)
- จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง และเนินสง่า)
- จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอวาปีปทุม)
- จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอเสลภูมิ อาจสามารถ และเกษตรวิสัย)
- จังหวัดยโสธร (อำเภอกุดชุม เมืองยโสธร มหาชนะชัย และค้อวัง)
- จังหวัดนครราชสีมา (อำเภอพิมาย ชุมพวง วังน้ำเขียว และครบุรี)
- จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอราษีไศล ยางชุมน้อย และกันทรารมย์)
- จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอตระการพืชผล เหล่าเสือโก้ก ดอนมดแดง วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร สำโรง ทุ่งศรีอุดม บุณฑริก และน้ำยืน)
ภาคกลาง
- จังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอสองพี่น้อง)
- จังหวัดสระบุรี (อำเภอแก่งคอย และหนองแค)
- รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก
- จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอสนามชัยเขต และท่าตะเกียบ)
- จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอนาดี บ้านสร้าง เมืองปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ)
- จังหวัดสระแก้ว (อำเภอวัฒนานคร)
- จังหวัดชลบุรี (อำเภอบ่อทอง และหนองใหญ่)
- จังหวัดระยอง (อำเภอวังจันทร์ เขาชะเมา เมืองระยอง และแกลง)
- จังหวัดจันทบุรี (อำเภอแก่งหางแมว และเขาคิชฌกูฏ)
- จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด บ่อไร่ และคลองใหญ่)
ภาคตะวันตก
- จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค และเมืองกาญจนบุรี)
- จังหวัดราชบุรี (อำเภอบ้านคา และปากท่อ)
- จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอหนองหญ้าปล้อง แก่งกระจาน และท่ายาง)
- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอหัวหิน ปราณบุรี กุยบุรี เมืองประจวบคีรีขันธ์ ทับสะแก และบางสะพาน)
ภาคใต้
- จังหวัดชุมพร (อำเภอท่าแซะ)
- จังหวัดระนอง (อำเภอกระบุรี เมืองระนอง และสุขสำราญ)
- จังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า และกะปง)
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก
- จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี อุดรธานี ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี และระนอง
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
- แม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก บริเวณจังหวัดเชียงราย
- แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน
- แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก
- แม่น้ำห้วยหลวง บริเวณจังหวัดอุดรธานี
- ลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด
- แม่น้ำป่าสัก บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์







