thansettakij
thansettakij
สคร.ชงแผนผ่าตัด 8 รัฐวิสาหกิจขาดทุน ล็อตแรก 3 แห่ง จับตา ‘ยุบ-ควบรวม’

สคร.ชงแผนผ่าตัด 8 รัฐวิสาหกิจขาดทุน ล็อตแรก 3 แห่ง จับตา ‘ยุบ-ควบรวม’

สคร. ลุยสางปัญหา 8 รัฐวิสาหกิจขาดทุน จ่อชง คนร. รอบแรก 3 แห่ง เร่งชั่งน้ำหนัก “ยุบ-ควบรวม-หาทางรอด” ด้าน “ขสมก.-รฟท.-อสมท” เข้าแผนฟื้นฟู เร่งแก้โจทย์เฉพาะองค์กร

KEY

POINTS

  • สคร. เตรียมเสนอแผนจัดการรัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาขาดทุน 8 แห่ง ต่อคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เพื่อพิจารณา
  • แนวทางการดำเนินการมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การปรับโครงสร้าง การควบรวมกิจการ ไปจนถึงการยุบเลิกกิจการ
  • ในระยะแรกคาดว่าจะสามารถเสนอแนวทางสำหรับรัฐวิสาหกิจ 3 แห่งแรกจากกลุ่มดังกล่าวให้ คนร. พิจารณาได้ในเร็วๆ นี้

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจไทยทั้งหมด 52 แห่ง พบว่ามีรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการเป็นกำไรและดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่งจำนวน 37 แห่ง ขณะที่กลุ่มที่เหลือซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านการดำเนินงานและผลประกอบการ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีรัฐวิสาหกิจที่เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

ขณะเดียวกัน สคร. อยู่ระหว่างทบทวนแผนดำเนินงานและบทบาทของรัฐวิสาหกิจอีก 8 แห่ง เพื่อประเมินแนวทางการดำเนินการในอนาคต ทั้งการยุบกิจการ การควบรวม หรือการปรับโครงสร้างเพื่อหาทางให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะสามารถเสนอแนวทางจัดการรัฐวิสาหกิจ 3 แห่งแรกจากกลุ่ม 8 แห่ง ให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาได้ในเร็วๆ นี้

ชูโมเดล “ลดหุ้นรัฐ” แต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ

นายธิบดี กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ สคร. ให้ความสำคัญกับการพิจารณารูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร โดยแนวทางหนึ่งที่มีตัวอย่างความสำเร็จชัดเจน คือการลดสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐให้ต่ำกว่า 50% ซึ่งเคยดำเนินการกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

แนวทางดังกล่าว ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และทำให้ผลประกอบการของการบินไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สคร. มองว่าไม่สามารถนำโมเดลดังกล่าวมาใช้กับรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เนื่องจากแต่ละองค์กรมีภารกิจ โครงสร้างรายได้ และบทบาทต่อประชาชนแตกต่างกัน

ดังนั้น การพิจารณาแนวทางฟื้นฟูจะต้องดูเป็นรายองค์กร โดยคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความจำเป็นของภารกิจสาธารณะ และภาระทางการเงินที่มีต่อภาครัฐ

“ขสมก.” เร่ง EV ลดต้นทุน 45%

สำหรับ ขสมก. แนวทางฟื้นฟูจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดต้นทุน โดยเฉพาะการปรับปรุงเส้นทางเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมเร่งนำรถโดยสารไฟฟ้า หรือ EV เข้ามาทดแทนรถโดยสารรุ่นเก่า

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

การเปลี่ยนมาใช้รถ EV จะช่วยลดภาระต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและการซ่อมบำรุง โดยคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนในส่วนดังกล่าวได้สูงถึง 45% ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพและช่วยฟื้นฐานะทางการเงินของ ขสมก.

“รฟท.” ลดรายจ่าย-เร่งหารายได้จากที่ดิน

ด้าน รฟท. ยังคงเผชิญโจทย์สำคัญจากปัญหาขาดทุนสะสมและภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้แผนฟื้นฟูจำเป็นต้องเดินหน้าทั้งการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำที่ดินริมทางรถไฟที่มีศักยภาพมาพัฒนาและจัดหาประโยชน์ เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินขององค์กร ควบคู่กับการจัดทำแผนลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ฐานะทางการเงินของ รฟท. มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในระยะยาว

“อสมท” เจอแรงกดดันทีวีเปลี่ยนผ่าน

ขณะที่ อสมท มีโจทย์การฟื้นฟูแตกต่างจากอีก 2 องค์กร เนื่องจากอยู่ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันของแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่งผลให้ธุรกิจโทรทัศน์โดยรวมเผชิญแรงกดดันด้านรายได้และผลประกอบการ

ดังนั้น การฟื้นฟู อสมท จึงต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างธุรกิจและบทบาทขององค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยไม่สามารถใช้เพียงมาตรการลดต้นทุนเป็นแนวทางหลักได้

เปิดรายชื่อ 8 รัฐวิสาหกิจอยู่ระหว่างทบทวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คนร. มีมติให้ศึกษาทบทวนบทบาทและภารกิจของรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ซึ่งประสบปัญหาผลประกอบการขาดทุนหรือมีภารกิจที่อาจเกิดความซ้ำซ้อน เพื่อประเมินว่าควรปรับโครงสร้างหรือกำหนดบทบาทใหม่อย่างไร

กลุ่มรัฐวิสาหกิจดังกล่าว อาทิ

  1. องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
  2. องค์การคลังสินค้า
  3. องค์การตลาด
  4. โรงพิมพ์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  5. โรงงานไพ่ กรมสรรพสามิต
  6. องค์การสุรา กรมสรรพสามิต
  7. บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด

สำหรับกระบวนการพิจารณา สคร. และ คนร. จะต้องวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละองค์กรอย่างรอบด้าน ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้แนวทางใด ตั้งแต่การปรับโครงสร้าง การควบรวม การลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐ ไปจนถึงการยุบกิจการ หากเห็นว่าไม่สามารถดำเนินงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ