thansettakij
thansettakij
สคร.รื้อกฎหมายรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุบอร์ด 70 ปี-CEO 65 ปี

สคร.รื้อกฎหมายรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุบอร์ด 70 ปี-CEO 65 ปี

04 ก.ย. 69 | 06:53 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ย. 69 | 06:53 น.

สคร. ลุยรื้อพ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุ “กรรมการ” แตะ 70 ปี พร้อมขยับ “CEO” ถึง 65 ปี รับสังคมสูงสัย คาดชง ครม. ไฟเขียวหลักการใน 3 เดือน

KEY

POINTS

  • สคร. เสนอแก้ไขกฎหมายคุณสมบัติฯ เพื่อขยายเพดานอายุของกรรมการ (บอร์ด) รัฐวิสาหกิจ จากเดิมไม่เกิน 65 ปี เป็นไม่เกิน 70 ปี
  • ปรับเพิ่มเกณฑ์อายุของผู้บริหารสูงสุด (CEO) ของรัฐวิสาหกิจ จากเดิมไม่เกิน 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปี โดยยังคงจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งไว้ 2 วาระเช่นเดิม
  • การปรับปรุงกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงเข้ามาบริหารงาน และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของภาคเอกชน

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยว่า สคร.อยู่ระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยจะมีการปรับขยายเกณฑ์อายุของทั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) และผู้บริหารสูงสุด (CEO หรือ MD) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถระดับสูงเข้ามาช่วยบริหารและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรรัฐวิสาหกิจไทย

ทั้งนี้ สคร. ตั้งเป้าหมายว่าจะนำเสนอร่างกฎหมายคุณสมบัติมาตรฐานฯ ฉบับแก้ไขปรับปรุงนี้เข้าสู่การพิจารณาเห็นชอบหลักการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 3 เดือน ก่อนจะส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนนิติบัญญัติเพื่อบังคับใช้จริง

เปิดทางบอร์ดรัฐวิสาหกิจ อายุไม่เกิน 70 ปี

สำหรับรายละเอียดของร่างกฎหมายใหม่ดังกล่าว จะมีการขยายเกณฑ์อายุขั้นสูงของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือบอร์ดจากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 65 ปี เพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 70 ปี  เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและดึงศักยภาพของผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังมีพลังและประสบการณ์สูง ซึ่งในปัจจุบันภาคเอกชนส่วนใหญ่ได้ปรับเกณฑ์อายุของกรรมการสูงเกินกว่า 70 ปีไปแล้ว 

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)

นอกจากนี้ ในบางสาขาวิชาชีพ เช่น ด้านกฎหมาย การขยายอายุไปจนถึง 70 ปี ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่เป็นไปได้และไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากสอดคล้องกับเกณฑ์เกษียณอายุการทำงานของข้าราชการอัยการและผู้พิพากษาซึ่งอยู่ที่ 70 ปีเช่นเดียวกัน 

อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ผู้มีอายุถึง 70 ปีดำรงตำแหน่งกรรมการได้ แต่ในทางปฏิบัติ จะยังคงคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมและดีที่สุดเข้ามาทำหน้าที่ แม้ที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคสำคัญในการเชิญชวนผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมงาน เนื่องจากกรรมการรัฐวิสาหกิจต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งทำให้บุคคลบางส่วนรู้สึกไม่สะดวกใจและไม่อยากเข้ามาดำรงตำแหน่ง 

ปรับเงื่อนไข CEO รัฐวิสาหกิจ เกษียณ 65 ปี 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (CEO หรือ MD) นั้น ยังจะขยายเกณฑ์อายุเพิ่มขึ้นไปเป็นไม่เกิน 65 ปี จากปัจจุบันจำกัดเกณฑ์อายุขั้นสูงไว้ไม่เกิน 60 ปี  เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของภาคเอกชนขนาดใหญ่ในปัจจุบัน รวมถึงการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม โดยขยับเกณฑ์อายุของ CEO ขึ้นไปถึง 65 ปีเพื่อรองรับผู้บริหารที่มีฝีมือ 

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับแก้ไขยังคงรักษากติกาการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของ CEO ไว้ที่ไม่เกิน 2 วาระเช่นเดิม แต่เกณฑ์ใหม่จะทำให้การดำรงตำแหน่งทั้ง 2 วาระสามารถข้ามผ่านอายุ 60 ปีไปสิ้นสุดได้จนถึงอายุ 65 ปี 

สคร.รื้อกฎหมายรัฐวิสาหกิจ

นอกจากนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการครอบงำองค์กรและรักษาแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) สคร. ได้กำหนดแนวทางว่า หากอดีต CEO หรือ MD ที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้วประสงค์จะกลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการบอร์ดในองค์กรเดิม จะต้องเว้นวรรคจากการปฏิบัติหน้าที่และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ (Management) ในรัฐวิสาหกิจนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี 

ขณะนี้ สคร. อยู่ระหว่างขั้นตอนการยกร่างและกำหนดกรอบแนวคิดหลักการของการแก้ไขกฎหมาย โดยยังไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ (Public Hearing) อย่างเป็นทางการ สคร. มีแผนที่จะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group) ในระดับย่อยก่อน เพื่อสรุปตัวเลขเกณฑ์อายุที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงการเตรียมมาตรการรองรับความกังวลในเรื่องสุขภาพของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอายุสูง 

นายธิบดีกล่าวว่า สคร.อาจมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติคล้ายภาคเอกชนที่บังคับให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และหากได้รับคัดเลือกจะต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีความพร้อมทางร่างกายและสุขภาพในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ยกระดับสู่ OECD พร้อมดูแลนโยบายเชิงสังคม 

ทั้งนี้ การปฏิรูปกฎหมายคุณสมบัติมาตรฐานนี้ยังมุ่งยกระดับกระบวนการทำงานให้สอดรับกับข้อเสนอแนะขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) แม้ว่า OECD จะมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำกัดวาระของกรรมการอิสระให้อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 9 ปี รวมถึงข้อเสนอแนะที่ระบุว่าประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจควรเป็นกรรมการอิสระที่ไม่ได้มาโดยตำแหน่งเพื่อความเป็นกลางในการกำกับดูแล 

อย่างไรก็ดี สคร.ประเมินว่า ประเด็นเรื่องประธานบอร์ดเป็นกรรมการอิสระนั้นส่งผลกระทบในวงกว้างและมีความซับซ้อนอย่างมาก เนื่องจากรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะตัวที่กำหนดตัวประธานบอร์ดไว้แตกต่างกัน หากจะแก้ไขให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดจะต้องอาศัยการยกร่างกฎหมายรวมเพื่อยกเลิกกฎหมายจัดตั้งเดิมทุกฉบับ ซึ่งจะสร้างผลกระทบและแรงต้านค่อนข้างสูง อีกทั้งการมีประธานบอร์ดเป็นกรรมการอิสระแบบ 100% อาจมีข้อเสียในแง่ของการขาดการยึดโยงเชิงนโยบายสังคม 

“รัฐวิสาหกิจไทยส่วนใหญ่ เช่น ปตท. หรือ กฟผ. ยังคงมีบทบาทสำคัญในการแบกรับภารกิจเชิงสังคมและการบริการสาธารณะเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งต้องการผู้นำที่เข้าใจและยึดโยงกับนโยบายภาครัฐมากกว่าเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว”นายธิบดีกล่าวทิ้งท้าย

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,233 วันที่ 6 - 9 กันยายน พ.ศ. 2569