
รัฐวิสาหกิจโกยรายได้เข้าคลัง 1.97 แสนล้าน ปันผลวายุภักษ์พุ่ง 'สคร.' เร่งลงทุน
สคร.โชว์ผลงาน 11 เดือน รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้าคลัง 1.97 แสนล้านบาท วายุภักษ์จ่ายปันผลพุ่งเกือบ 2 หมื่นล้าน รุกกระตุ้นเบิกจ่ายลงทุน ดัน PPP
KEY
POINTS
- สคร. เผย 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้ารัฐแล้ว 1.97 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากเงินปันผลของกองทุนรวมวายุภักษ์ที่คาดว่าจะสูงเกือบ 2 หมื่นล้านบาท และการนำส่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของ ปตท.
- สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุดที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ปตท. และกองทุนวายุภักษ์
- สคร. เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดย 11 เดือนเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 2.18 แสนล้านบาท เพื่อเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจไทย ในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 สามารถจัดเก็บรายได้แผ่นดินนำส่งคลังสูงถึงกว่า 197,356 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 182,600 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 รายได้รวมจะทะลุเป้าหมายไปแตะระดับมากกว่า 200,000 ล้านบาท หรืออาจสูงถึง 203,000 ล้านบาท
“คิดเป็นการเติบโตสูงกว่าเป้าหมายเดิมถึงประมาณ 11% โดยปัจจุบันจากรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 52 แห่ง มีหน่วยงานที่มีผลประกอบการเป็นกำไรและดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่งถึง 37 แห่ง”
กองทุนวายุภักษ์จ่ายปันผลเกือบ 2 หมื่นล้าน
สำหรับปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ยอดจัดเก็บรายได้แผ่นดินพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ ได้แก่ ผลตอบแทนจากกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลนำส่งคลังเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวและเติบโตของตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
โดยผลการดำเนินงานของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) อยู่ที่ 595,548.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ถึง 28.10% สะท้อนถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงและยั่งยืน
ขณะเดียวกัน ปตท. ได้ปรับเพิ่มการจ่ายปันผลขึ้นเป็น 2.30 บาทต่อหุ้น จากปกติที่จ่ายเฉลี่ยประมาณ 2.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้สามารถนำส่งรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 29,000 ถึง 30,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb ที่จ่ายปันผลระหว่างกาลเพิ่มเข้ามาอีก 1,000 ล้านบาท
สนง.สลากฯ ครองแชมป์ส่งรายได้เข้ารัฐสูงสุด
สำหรับกลุ่มรัฐวิสาหกิจที่ครองแชมป์นำส่งรายได้สูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งนำส่งรายได้แผ่นดินสูงถึง 47,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนการนำส่งรายได้เข้าคลังคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงเกือบ 30% หรือประมาณ 23% ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
“ในระยะหลังการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบจำหน่ายสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" มีส่วนช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดเก็บรายได้และลดต้นทุนการดำเนินงานลงอย่างมีนัยสำคัญ”
เปิด 10 รัฐวิสาหกิจ ส่งรายได้สูงสุด
นายธิบดี กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจในกลุ่ม 10 อันดับนำส่งรายได้ในระดับสูง ได้แก่
- สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 47,388 ล้านบาท
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 33,754 ล้านบาท
- กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง 19,202 ล้านบาท
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 18,244 ล้านบาท
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 16,011 ล้านบาท
- ธนาคารออมสิน 13,389 ล้านบาท
- บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 8,100 ล้านบาท
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 6,963 ล้านบาท
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 5,552 ล้านบาท
- การไฟฟ้านครหลวง 5,104 ล้านบาท
เบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว 2.18 แสนล้านบาท
นายธิบดี กล่าวว่า ในส่วนของสถานะการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 - ส.ค. 2569) มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 218,352 ล้านบาท หรือคิดเป็น 92.19% ของกรอบงบลงทุน ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพการเบิกจ่ายสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 86.65%
โดย สคร. คาดการณ์ว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2569 จะสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายได้สูงถึง 225,998 ล้านบาท หรือ 95.40% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ทั้งนี้ มี 3 กระทรวงหลักที่เป็นกลไกสำคัญในการเบิกจ่าย ได้แก่ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม ซึ่งทำยอดเบิกจ่ายเฉลี่ยรวมกันได้แล้วกว่า 93% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ สคร. ได้พัฒนาและเริ่มใช้งานระบบ "แดชบอร์ด" (Dashboard) ใหม่ ที่ช่วยให้สามารถติดตามสถานะการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินในแต่ละโครงการลงลึกไปจนถึงระดับพื้นที่และรายจังหวัดได้ทันที
ดัน PPP อนุมัติแล้ว 5 โครงการ เล็งใช้ Green KPI
นอกจากนี้ สคร. ยังขับเคลื่อนโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการ PPP ได้เห็นชอบโครงการรวม 5 โครงการ มูลค่า 14,023 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่พักริมทาง (Rest Area) บนมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนาภิเษก รวมถึงโครงการที่พักริมทางบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก
นอกจากนี้ยังมีโครงการสำคัญอย่างศูนย์บำบัดโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีโปรตอนของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และโครงการท่าเทียบเรือ เอ5 ท่าเรือแหลมฉบัง
ขณะเดียวกัน สคร. อยู่ระหว่างศึกษาแนวทาง Green PPP เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการกำหนดดัชนีชี้วัด Green KPI และเงื่อนไขในสัญญาที่สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สคร. ได้รับหน้าที่หลักในการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ในบทรัฐวิสาหกิจซึ่งถือเป็นฉบับแรกที่มีการเจรจาในประเด็นนี้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในส่วนของการกำกับดูแลกิจการรัฐวิสาหกิจ







