
ออมสินเร่งแก้ ‘หนี้ครู’ ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% เผยสมัครแล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี
ออมสินเผยครู ช.พ.ค.-ช.พ.ส. สมัครโครงการลดดอกเบี้ยหนี้แล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี จากสิทธิ์กว่า 2.8 แสนบัญชี ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ถึงปี 2570 ช่วยเร่งตัดเงินต้น ปิดรับ 31 ต.ค. 2569
KEY
POINTS
- ธนาคารออมสินจัดโครงการแก้หนี้ครู โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระและเร่งการชำระคืนเงินต้น
- หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 11 วัน มีครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 80,000 บัญชี
- โครงการครอบคลุมลูกหนี้ครูในโครงการ ช.พ.ค.-ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ทั้งกลุ่มปกติและกลุ่มที่มีปัญหาการชำระหนี้
- เปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร
ออมสิน เผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” หลังเปิดลงทะเบียนเพียง 11 วัน มีครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมแล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี จากกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์กว่า 2.8 แสนบัญชี หวังลดภาระดอกเบี้ย เร่งตัดเงินต้น และช่วยให้ครูปิดหนี้ได้เร็วขึ้น ย้ำเปิดรับลงทะเบียนถึง 31 ต.ค. 2569
เปิดลงทะเบียน 11 วัน ครูแห่ใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี สำหรับลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.-ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งมีการกู้ตั้งแต่ปี 2548-2558
โครงการครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระเป็นปกติและลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในการชำระหนี้ รวมกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากธนาคารเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเป็นเวลาเพียง 11 วัน มีลูกหนี้ครูลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 80,000 บัญชี
ธนาคารออมสินจึงขอให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร เร่งลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569
ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ช่วยเร่งตัดเงินต้น
สำหรับลูกหนี้ครู ช.พ.ค.-ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยยังคงชำระค่างวดในจำนวนเท่าเดิม
กลไกดังกล่าวจะทำให้เงินงวดที่ลูกหนี้ชำระในแต่ละเดือนถูกนำไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น เนื่องจากภาระดอกเบี้ยลดลง ส่งผลให้ยอดหนี้ลดเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถปิดจบภาระหนี้ได้เร็วกว่าเดิม
นายทรงพลระบุว่า เสียงสะท้อนจากครูที่เข้าร่วมโครงการในช่วงที่ผ่านมา พบว่าการลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้ลูกหนี้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น เพราะระยะเวลาการเป็นหนี้มีโอกาสสั้นลง
ทั้งนี้ โครงการไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน เมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยนำไปชำระหนี้ก็สามารถนำกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้มากขึ้น
เปิดทางลูกหนี้พ้นสมาชิก-ปรับโครงสร้างหนี้เข้าร่วมโครงการ
สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับสิทธิ์ นอกจากกลุ่มที่มีสถานะการชำระหนี้ปกติแล้ว ลูกหนี้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ยังสามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน สกสค. และลงทะเบียนกับธนาคารได้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
ขณะที่ลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขา เพื่อดำเนินการให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือน ธันวาคม 2569 และสามารถรับสิทธิ์ตามโครงการได้เช่นกัน
สำหรับอัตราดอกเบี้ย หลังสิ้นสุดช่วงมาตรการในเดือนธันวาคม 2570 ตั้งแต่เดือน มกราคม 2571 เป็นต้นไป จะกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR - 2% ต่อปี โดยอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม
ธนาคารออมสินยืนยันความพร้อมในการเดินเคียงข้างครูตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อช่วยให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และเพิ่มโอกาสก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น ภายใต้บทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือ GSB Contact Center โทร. 1115







