
เปิดโปง 5 คลังน้ำมันพฤติกรรมผิดปกติ คงสต็อกสูง จ่อเอาผิดตามกฎหมาย
พลังงานลุยเช็ก 33 คลังน้ำมัน พบพฤติกรรมกักน้ำมัน-ประวิงขาย จับตา 5 คลังต้องสงสัย ระบุคงสต็อกสูงกว่าปกติ 1.67 ล้านลิตร จ่อเอาผิดตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานตรวจสอบพบ 5 คลังน้ำมันมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น รับน้ำมันเข้าแต่ไม่จ่ายออก หรือประวิงเวลาการขาย
- คลังน้ำมันบางแห่งมีปริมาณน้ำมันคงเหลือในสต็อกสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 1.67 ล้านลิตร
- มีการส่งมอบหลักฐานให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และกรมการค้าภายใน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดตามกฎหมาย
นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันของคลังน้ำมันทั่วประเทศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 พบว่าบางคลังมีพฤติกรรมผิดปกติ จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน เรียกผู้ประกอบการต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มลูกค้าของคลังน้ำมัน 33 ราย จากทั่วประเทศ เข้ามาให้ข้อมูลในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา
จากข้อมูลที่ได้รับพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤต คลังน้ำมันส่วนใหญ่มีปริมาณรับเข้าและจ่ายออกในระดับใกล้เคียงกันตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นเดือนมีนาคม กลับพบความผิดปกติในหลายคลัง ทั้งการรับน้ำมันเข้ามาแต่ไม่มีการจ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน การประวิงเวลาการจำหน่าย
รวมถึงกรณีที่ลูกค้าระบุว่าอาจมีการปฏิเสธการขาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ช่วงดังกล่าวหรือไม่
นอกจากนี้ ยังพบเพิ่มอีก 5 คลังที่มีพฤติกรรมทางธุรกิจผิดปกติ โดยบางคลังมีปริมาณน้ำมันคงเหลือเฉลี่ยสูงกว่าปกติประมาณถึง 1.67 ล้านลิตร จึงเป็นข้อสังเกตที่นำข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานส่งให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
หลังจากนี้ กขค. จะตรวจสอบหากพบพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ ก็จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยปัจจุบันได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ค้าทั้งหมด 21 ราย
สำหรับมาตรการป้องกันในระยะต่อไป กระทรวงพลังงานเตรียมยกระดับระบบบริหารจัดการ Supply น้ำมันทั้งระบบ โดยจะพัฒนาระบบแจ้งเตือนเมื่อคลังมีการรับน้ำมันเข้าแต่ไม่มีการจ่ายออก ปรับปรุงระบบใบกำกับการขนส่งให้สามารถตรวจสอบเส้นทางได้ตลอดเวลา รวมถึงสร้างกลไกทำงานร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามและบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ต้องสร้างบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์กักตุนหรือประวิงเวลาการขายน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนซ้ำอีก กระทรวงฯจึงได้นำหลักฐานการตรวจสอบผู้ค้าที่เข้าข่ายกระทำผิดมาส่งมอบให้ กขค. เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในทุกมิติ







