thansettakij
thansettakij
ไทย-เกาหลี จ่อ MOU อัพเกรด IP ใหม่ ดัน AI-ต่อยอดนวัตกรรมสู่ธุรกิจ

ไทย-เกาหลี จ่อ MOU อัพเกรด IP ใหม่ ดัน AI-ต่อยอดนวัตกรรมสู่ธุรกิจ

05 ก.ย. 69 | 04:18 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.ย. 69 | 04:28 น.

กรมทรัพย์สินฯ หารือกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาเกาหลี เร่งจัดทำ MOU ความร่วมมือฉบับใหม่ เตรียมลงนาม พ.ย. 2569 ครอบคลุม AI, IP Valuation และ IP Finance พร้อมร่วมมือปราบ Online Piracy-สินค้าปลอม

KEY

POINTS

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญาไทยและเกาหลีใต้เตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่ โดยตั้งเป้าลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2569
  • MOU ฉบับใหม่จะมุ่งเน้นความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยียุคดิจิทัล
  • กรอบความร่วมมือจะส่งเสริมการนำนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (IP Finance)

กรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือทวิภาคีกับ ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญา แห่งสาธารณรัฐเกาหลี เดินหน้าจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อยกระดับกรอบความร่วมมือให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดยเตรียมผลักดันการลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2569

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ รุกหารือทวิภาคีกับ Mr. JUNG Yeonwoo ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญา (Ministry of Intellectual Property: MOIP) แห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเดินหน้าจัดทำ MOU ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่ ให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยี 

​นางอรมน เปิดเผยว่า ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อยกระดับกรอบความร่วมมือให้เท่าทันบริบทการค้าและเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยจะต่อยอดจาก MOU ฉบับเดิมที่จัดทำไว้ตั้งแต่ปี 2550  

โดย MOU ฉบับใหม่จะครอบคลุมประเด็นที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคดิจิทัลมากขึ้น ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP Valuation) และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (IP Finance) ซึ่งจะช่วยต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์ของทั้งสองประเทศ และเปิดทางให้นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจได้มากขึ้น 

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยและสาธารณรัฐเกาหลีจะเร่งหารือในรายละเอียด เพื่อเตรียมการลงนาม MOU ฉบับใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรือการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำระดับสูงของสาธารณรัฐเกาหลี

 ​นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือที่จะขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ เพื่อลดอุปสรรคและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด อาทิ การส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นรูปธรรม การป้องกันปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ (Online Piracy) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติในการแยกแยะสินค้าจริงและสินค้าปลอม เพื่อยกระดับความสามารถในการตรวจจับและปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ได้

 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิบัตร ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคำขอเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ผลงานนวัตกรรมสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม 

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่สุจริต (Bad-Faith Trademark Filing) ซึ่งเป็นกรณีที่บุคคลอื่นฉวยโอกาสนำแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงไปยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศไว้ก่อน ส่งผลกระทบต่อเจ้าของแบรนด์ที่แท้จริงในการทำตลาดหรือขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ และจะเร่งดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของภาคธุรกิจไทยในตลาดต่างประเทศ

 ​ด้าน Mr. JUNG Yeonwoo ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า การ MOU ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสานต่อความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอย่างเต็มที่ และส่งเสริมระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าจะทำงานร่วมกับฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถลงนาม MOU ฉบับใหม่ได้ภายในกำหนดเวลาที่ตั้งเป้าหมายร่วมกัน

 

กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาเกาหลี

 

อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าการยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลีในครั้งนี้ จะช่วยให้กรอบความร่วมมือของทั้งสองประเทศก้าวทันต่อโจทย์เศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคใหม่ 

รวมถึงการสร้างมูลค่าและเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับการคุ้มครองสิทธิและการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อันจะช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศสามารถขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว