thansettakij
thansettakij
กนอ.เร่งยกระดับนิคมฯ สู่ Nature Positive เปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโอกาสเศรษฐกิจ

กนอ.เร่งยกระดับนิคมฯ สู่ Nature Positive เปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโอกาสเศรษฐกิจ

05 ก.ย. 69 | 04:51 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.ย. 69 | 04:51 น.

เปิดแผน กนอ.-BEDO 3 ปี ผนึกกำลังปั้นนิคมอุตสาหกรรมอยู่ร่วมธรรมชาติ ดันลงทุนยั่งยืน เปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโอกาสเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • กนอ. ผลักดันการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่แนวคิด "Nature Positive" เพื่อให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมควบคู่ไปกับการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ
  • ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) เพื่อนำความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการนิคมฯ
  • มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นโอกาสในการสร้างรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน

ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการนำทรัพยากรธรรมชาติมาผสานเข้ากับการพัฒนาและบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเลือกอีกต่อไป เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ 

ขณะเดียวกันกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ส่งผลต่อพื้นที่และชุมชน การพัฒนาที่ดีจึงต้องสร้างความมั่นคงให้กับฐานทรัพยากรของประเทศไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

โดยผ่านการดำเนินการร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ภายใต้แนวคิด Nature Positive สู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลรักษาธรรมชาติและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 

“แนวคิด Nature Positive มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่เพียงการลดผลกระทบ แต่เป็นการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ”

นำมิติธรรมชาติบริหารภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ การบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม จะช่วยนำมิติธรรมชาติเข้ามาพิจารณานับตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและการบริหารจัดการ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างมีความรับผิดชอบ และหวังว่าการดำเนินการดังกล่าวจะนำไปสู่ต้นแบบของนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล เปลี่ยนความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นโอกาสในการสร้างรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาว 

“กนอ. มีบทบาทในการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นฐานการผลิตและการลงทุนของประเทศ ควบคู่กับการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ”

กนอ.เร่งยกระดับนิคมฯ สู่ Nature Positive เปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโอกาสเศรษฐกิจ

 

อย่างไรก็ตาม บริบทโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเด็นสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดเพียงการควบคุมหรือลดผลกระทบอีกต่อไป แต่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับธรรมชาติ ในมุมมองของ กนอ. การพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลธรรมชาติสามารถเดินไปด้วยกันได้ หากมีการออกแบบและบริหารจัดการโดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้สร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า กนอ. มีองค์ความรู้ กลไก และประสบการณ์บริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ ขณะที่ BEDO มีความเชี่ยวชาญโดยตรงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ การผสานจุดแข็งดังกล่าวจะช่วยผลักดันแนวคิด Biodiversity และ Nature Positive ให้สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง โดยจะเน้นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ เรียนรู้จากข้อมูลและการปฏิบัติจริงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน 

“การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นในการนำองค์ความรู้ของ BEDO มาผสานกับประสบการณ์ของ กนอ. เพื่อขับเคลื่อนรูปธรรมตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การเรียนรู้จากพื้นที่จริง ไปจนถึงการทดลองประยุกต์ใช้ ซึ่งน่าจะช่วยยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทย ให้เป็นมากกว่าพื้นที่รองรับการลงทุน แต่เป็นพื้นที่ที่ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลและสร้างคุณค่าให้แก่ธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน” 

ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวว่า ทรัพยากรธรรมชาติไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่อนุรักษ์เท่านั้น แต่ควรถูกนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน การบริหารจัดการ และการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนรวมถึงภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และระบบนิเวศ การประยุกต์ใช้แนวคิด Nature Positive จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือดูแลสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับระบบนิเวศ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

ใช้ความหลากหลายทางชีวภาพมาวางแผน

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและ Nature Positive มาประยุกต์ใช้ในการวางแผน การบริหารจัดการ และการดำเนินงานภายในนิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยอยู่ภายใต้ MOU ระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้วยการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการและองค์ประกอบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาเครื่องมือและพื้นที่นำร่องด้วยการร่วมกันสร้างแนวทางและรูปแบบการดำเนินงานด้าน Nature Positive ที่เหมาะสมกับบริบทของภาคอุตสาหกรรม 

รวมถึงนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่นำร่องเพื่อขยายผลในวงกว้าง  และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ออกมาเป็นรูปธรรม