thansettakij
thansettakij
บีโอไอเผย 5 ปีครึ่ง ลงทุนการแพทย์ 3.86 หมื่นล้าน ดันไทย Wellness Hub ครบวงจร

บีโอไอเผย 5 ปีครึ่ง ลงทุนการแพทย์ 3.86 หมื่นล้าน ดันไทย Wellness Hub ครบวงจร

02 ก.ย. 69 | 04:41 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ย. 69 | 04:41 น.

บีโอไอเปิดตัวเลข 5 ปีครึ่ง คำขอส่งเสริมกิจการบริการทางการแพทย์และสุขภาพ 123 โครงการ เงินลงทุนกว่า 3.86 หมื่นล้านบาท “โรงพยาบาล-ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง” นำทัพ เดินหน้าปั้นไทยสู่ Wellness and Medical Service Hub มาตรฐานสากล

KEY

POINTS

  • บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนด้านการแพทย์และสาธารณสุขในช่วง 5 ปีครึ่ง (ปี 2564 - มิ.ย. 2569) มีมูลค่ารวม 38,625 ล้านบาท จาก 123 โครงการ
  • การลงทุนส่วนใหญ่เป็นการจัดตั้งและขยายโรงพยาบาล มูลค่า 28,452 ล้านบาท รองลงมาคือศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์มะเร็งและศูนย์หัวใจ มูลค่า 8,540 ล้านบาท
  • การส่งเสริมการลงทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันและยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพและการแพทย์ครบวงจร (Wellness and Medical Service Hub) ในระดับสากล

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทิศทางการลงทุนในธุรกิจบริการทางการแพทย์และสุขภาพของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ขณะที่บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมตลอดห่วงโซ่ เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางบริการสุขภาพและการแพทย์ครบวงจรในระดับสากล

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ปัจจุบันบีโอไอให้การส่งเสริม 6 กิจการหลัก ได้แก่ โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์การแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง และศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ โดยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ หัวใจ มะเร็ง ไต กายภาพบำบัด และจิตเวช

ลงทุนแพทย์ 5 ปีครึ่ง 3.86 หมื่นล้าน

ในช่วง 5 ปีครึ่ง ตั้งแต่ปี 2564 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขรวม 123 โครงการ เงินลงทุน 38,625 ล้านบาท โดยกิจการโรงพยาบาลมาเป็นอันดับหนึ่ง 72 โครงการ เงินลงทุน 28,452 ล้านบาท ทั้งการจัดตั้งใหม่และขยายโรงพยาบาลเดิม โดยเฉพาะในจังหวัดศูนย์กลางภูมิภาค รองลงมาคือศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 34 โครงการ เงินลงทุน 8,540 ล้านบาท เน้นศูนย์มะเร็ง ศูนย์ไตเทียม และศูนย์หัวใจ

ส่วนกิจการโรงพยาบาลผู้สูงอายุมี 4 โครงการ เงินลงทุน 905 ล้านบาท ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง 7 โครงการ 438 ล้านบาท ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ 5 โครงการ 281 ล้านบาท และศูนย์การแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์ 1 โครงการ 10 ล้านบาทฃ บีโอไอเผย 5 ปีครึ่ง ลงทุนการแพทย์ 3.86 หมื่นล้าน ดันไทย Wellness Hub ครบวงจร

สำหรับนักลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการไทย อาทิ กลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ กลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลพระรามเก้า กลุ่มพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ และโรงพยาบาลขนาดกลาง-เล็กในภูมิภาค เนื่องจากธุรกิจต้องอาศัยความเข้าใจระบบสาธารณสุข เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ ฐานผู้รับบริการ และกฎหมายสถานพยาบาล

ขณะที่ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ มีทั้งนักลงทุนไทย ต่างชาติ และการร่วมทุนไทย-ต่างชาติ โดยต่างชาติมักนำเทคโนโลยี มาตรฐานสากล เครือข่ายผู้รับบริการ และองค์ความรู้เฉพาะด้านเข้ามาเสริม ทั้งเทคโนโลยีวินิจฉัยและรักษา ระบบบริหารข้อมูลสุขภาพ และเทคโนโลยีฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุ

ทุนไทยนำทัพ เสริมเทคโนโลยี-มาตรฐาน

นายนฤตม์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของบีโอไอคือการยกระดับไทยเป็น “Wellness and Medical Service Hub ที่มีมาตรฐานสากลและครบวงจร” ตั้งแต่การป้องกันโรค เสริมสุขภาพ ตรวจวินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ไปจนถึงการวิจัย นวัตกรรมทางการแพทย์ และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง พร้อมเพิ่มการเข้าถึงบริการคุณภาพสูง ลดการกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ และกระจายการลงทุนไปยังพื้นที่ที่บริการยังไม่เพียงพอ

ปั้นไทย Wellness Hub ครบวงจร

ทั้งนี้ การส่งเสริมของบีโอไอครอบคลุมอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ภาคการผลิต ได้แก่ ยา วัคซีน อาหารทางการแพทย์ เครื่องมือและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ซอฟต์แวร์ HealthTech และ MedTech ภาคบริการทั้ง 6 กิจการ ตลอดจนการวิจัยทางคลินิก หรือ CRO และ CRC

สำหรับสิทธิประโยชน์หลัก ได้แก่ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประเภทธุรกิจ ที่ตั้ง และกิจกรรมมูลค่าเพิ่มสูง การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงของนำเข้าเพื่อการวิจัยและพัฒนา สิทธิถือครองที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม และการอำนวยความสะดวกนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาปฏิบัติงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพไทย