
ดีป้าปั้น ‘เกษตรดิจิทัล’ ดึงโดรน-แปลงอัจฉริยะยกระดับรายได้ คาดเงินสะพัด 500 ล้าน
ดีป้าดันเกษตรดิจิทัล 8 จังหวัด เปิดทาง Smart Agriculture คาดสร้างมูลค่ากว่า 500 ล้าน เดินหน้า ดึงโดรน-ระบบอัตโนมัติ ลดต้นทุน ดันเศรษฐกิจชุมชน
KEY
POINTS
- ดีป้าเดินหน้าโครงการเกษตรดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร
- มีการนำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรและระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัจฉริยะมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
- คาดว่าโครงการจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้มากกว่า 500 ล้านบาท
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการปรับประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตรครอบคลุม 8 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัล เชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ดันไทยสู่ Smart Agriulture
ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดการผลักดันประเทศไทยสู่ Smart Agriculture ผ่านการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยง คน เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจ เข้าด้วยกัน พร้อมวางรากฐาน Sharing Economy ในระดับชุมชน
โดยดำเนินการผ่านโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) ซึ่งจะทำให้มีการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพผลผลิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับเกษตรกรและชุมชนทั่วประเทศ ยกระดับขี้ความสามารถทางการแข่งขัน โดยมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัล เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ
เกษตรกรได้ประโยชน์
สำหรับเทคโนโลยีที่มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการสูงที่สุด ได้แก่ ระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ คิดเป็นสัดส่วน 86% รองลงมาคือ โดรนเพื่อการเกษตร 13% และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 1% ขณะที่เทคโนโลยีที่ธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลสนใจมากที่สุด ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร คิดเป็นสัดส่วน 67% ระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ 24% และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 9% โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 500 ล้านบาท
“โครงการดังกล่าวยังสร้าง Digital Agriculture Ecosystem ที่เชื่อมโยงเกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการดิจิทัล ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตร ผ่านกิจกรรม Business Matching การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิตเทคโนโลยีจริง และการสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลในระดับพื้นที่ ซึ่งช่วยให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกิดขึ้นได้จริง และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระยะยาว"
อย่างไรก็ดี จะดำเนินการต่อยอดผลลัพธ์ของโครงการต่อเนื่อง ทั้งการติดตามผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ การขยายเครือข่ายเกษตรดิจิทัลทั่วประเทศ การพัฒนาผู้ประกอบการดิจิทัลไทย และการผลักดันต้นแบบที่ประสบความสำเร็จให้สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ







