
ดัชนีความเชื่อมั่นดิจิทัล Q2/69 พุ่ง 48.4 ดีป้าเผยได้รับแรงหนุน AI
ดีป้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 48.4 เพิ่มจาก 44.5 ในไตรมาสก่อน รับอานิสงส์เมกะเทรนด์ AI การลงทุน Data Center และเงินบาทอ่อนค่า หนุนส่งออก ขณะที่ต้นทุนพลังงานและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงกดดัน
KEY
POINTS
- ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 48.4 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การลงทุนใน Data Center และค่าเงินบาทที่อ่อนตัวซึ่งเอื้อต่อการส่งออก
- ความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยผู้ประกอบการคาดการณ์ว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 51.6 ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 48.4 เพิ่มขึ้นจากระดับ 44.5 ในไตรมาส 1/2569 สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนใน Data Center รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวในรอบปี ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการส่งออก
การสำรวจครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) ซอฟต์แวร์ (Software) บริการด้านดิจิทัล (Digital Service) ดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) และโทรคมนาคม (Telecommunication) โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ ทั้งผลประกอบการ ปริมาณการผลิต การค้า การบริการและคำสั่งซื้อ โครงการที่ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร การจ้างงาน การลงทุน และต้นทุนประกอบการที่ปรับลดลง
AI-Data Center ดันความเชื่อมั่น ฟื้นตัวต่อเนื่อง
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลในไตรมาส 2/2569 มีปัจจัยสำคัญจากการขยายตัวของการลงทุนในกลุ่ม Data Center และความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) จากประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและจีน
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทในรอบปีที่ผ่านมาเป็นอีกปัจจัยที่เอื้อต่อภาคการส่งออก ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของภาครัฐมีส่วนช่วยพยุงกำลังซื้อภายในประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจดิจิทัลปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมดิจิทัลยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลก ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและค่าระวางเรือ รวมถึงต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
5 กลุ่มดิจิทัล ดัชนีเพิ่มขึ้นทั้งหมด
เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นทั้ง 5 กลุ่ม โดยกลุ่มซอฟต์แวร์มีดัชนีสูงสุดที่ 51.1 ตามด้วยบริการด้านดิจิทัล 50.6 โทรคมนาคม 50.0 ดิจิทัลคอนเทนต์ 46.8 และฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ 42.9
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิตฮาร์ดแวร์ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนและพลังงาน แต่ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริการดิจิทัล และโทรคมนาคมยังได้รับแรงส่งจากการลงทุนและความต้องการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกระแส AI ที่กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ผู้ประกอบการจี้รัฐต่ออายุมาตรการภาษี ดันเกม-ดิจิทัลคอนเทนต์
ดร.ศุภกร กล่าวว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนความต่อเนื่องของมาตรการทางภาษี เพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะบุคลากร พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะ เกมและดิจิทัลคอนเทนต์ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจต้องการให้ภาครัฐสร้างโอกาสผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce รวมถึงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานกลาง เพื่อช่วยลดต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ ยังต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจเข้าสู่แนวโน้มเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยในเวทีการค้าโลก
คาด 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีทะลุ 51.6
ผลสำรวจของดีป้ายังสะท้อนว่า ผู้ประกอบการมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางอุตสาหกรรม โดยคาดการณ์ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.6 ซึ่งสูงกว่าระดับ 50 จุดที่สะท้อนภาวะความเชื่อมั่น
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการคาดการณ์ว่าผลประกอบการ ปริมาณงาน และคำสั่งซื้อจะทยอยเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ รวมถึงผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
ดีป้าประเมินว่า หากปัจจัยดังกล่าวเป็นไปตามคาด จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและผลักดันดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลให้กลับเข้าสู่ระดับ “เชื่อมั่น” ได้ในระยะใกล้







