thansettakij
thansettakij
เจาะร่าง พ.ร.บ.รับผิดนิวเคลียร์ ปลดล็อกลงทุน SMR 9,000 เมกะวัตต์

เจาะร่าง พ.ร.บ.รับผิดนิวเคลียร์ ปลดล็อกลงทุน SMR 9,000 เมกะวัตต์

21 ส.ค. 69 | 00:00 น.

ปส.เร่งผลักดัน พ.ร.บ.รับผิดทางแพ่งความเสียหายนิวเคลียร์ หลังนักลงทุนชี้“กฎหมายรองรับ คือเงื่อนไขสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน SMR เปิดกรอบความรับผิดสูงสุด 300 ล้าน SDR พร้อมบังคับทำประกันและตั้งกองทุนเยียวยา ปูทางไทยสู่พลังงานนิวเคลียร์

KEY

POINTS

  • รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดทางแพ่งต่อนิวเคลียร์ เพื่อรองรับแผนการลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์
  • กฎหมายดังกล่าวเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุน ซึ่งระบุว่าจะไม่เข้ามาลงทุนหากไม่มีกฎหมายนี้รองรับ
  • สาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดทุกกรณี โดยจำกัดเพดานความรับผิดไว้ที่ 300 ล้าน SDR และบังคับให้ทำประกันภัยหรือมีหลักประกันทางการเงิน

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เดินหน้าผลักดันกฎหมายเพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย ภายหลังแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ได้บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) กำลังการผลิตรวมสูงถึง 9,000 เมกะวัตต์ ไว้ในฉากทัศน์พลังงานใหม่ของประเทศ ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า ปส. ได้เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในหลากหลายมิติ โดยขานรับนโยบายของศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มุ่งผลักดันนวัตกรรมขั้นสูงตามแนวทาง BCG Model เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ชี้กฎหมายคือเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจ

นายแพทย์รุ่งเรือง ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ พ.ศ. .... จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กันักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนใน SMR โดยจากการหารือกับนักลงทุนหลายราย ต่างระบุตรงกันว่า หากไม่มีกฎหมายรองรับ ก็จะไม่เข้ามาลงทุน กฎหมายฉบับนี้จึงถือเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าว

เจาะร่าง พ.ร.บ.รับผิดนิวเคลียร์ ปลดล็อกลงทุน SMR 9,000 เมกะวัตต์

คลอดร่างพ.ร.บ.รับผิดนิวเคลียร์ ผ่านประชาพิจารณ์แล้ว จ่อเข้าสภา

การจัดทำร่างพ.ร.บ. ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ พ.ศ. .... หรือที่รู้จักในชื่อ Nuclear Liability ซึ่งดำเนินการจัดทำแล้วเสร็จ ผ่านกระบวนการทำประชาพิจารณ์ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงมาตรฐานสากล ภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งจากความเสียหายทางนิวเคลียร์ และอนุสัญญาชดเชยเพิ่มเติมสำหรับความเสียหายทางนิวเคลียร์ โดยกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ โดยนิยาม “ความเสียหายทางนิวเคลียร์” ครอบคลุมทั้งความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เป็นผลต่อเนื่อง ตลอดจนค่าใช้จ่ายสำหรับมาตรการฟื้นฟูและมาตรการป้องกัน

ผู้ประกอบการรับผิดทุกกรณี ยกเว้นเฉพาะสงคราม–จลาจล

หลักการสำคัญของร่างกฎหมายคือ ผู้ประกอบการต้องรับผิดต่อผู้เสียหายทุกกรณีสำหรับความเสียหายทางนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะปรากฏ ณ ที่ใด โดยมีข้อยกเว้นให้ผู้ประกอบการพ้นความรับผิดได้เฉพาะกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า ความเสียหายเป็นผลโดยตรงจากการสงคราม การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ สงครามกลางเมือง หรือการจลาจล ทั้งนี้ ในกรณีที่มีผู้ประกอบการมากกว่าหนึ่งรายเกี่ยวข้องกับความเสียหาย และไม่อาจแบ่งแยกได้ว่าส่วนใดเกิดจากผู้ประกอบการรายใด กำหนดให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันต่อความเสียหายทั้งหมด

เพดานความรับผิด 300 ล้าน SDR ต่ออุบัติการณ์หนึ่งครั้ง

ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการจำกัดความรับผิด โดยร่างกฎหมายให้สิทธิผู้ประกอบการจำกัดความรับผิดของตนสำหรับอุบัติการณ์ทางนิวเคลียร์ครั้งหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกิน 300 ล้านหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Rights: SDR) ซึ่งเป็นหน่วยเทียบค่าเงินตราที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กำหนด โดยความรับผิดตามเพดานนี้ไม่รวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นที่ศาลกำหนด การแปลงหน่วย SDR เป็นเงินสกุลบาท ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ IMF กำหนดในวันที่มีการวางหลักประกันต่อศาล

อย่างไรก็ตาม สิทธิในการจำกัดความรับผิดนี้ไม่ใช่สิทธิเด็ดขาด เพราะร่างกฎหมายกำหนดว่า ผู้ประกอบการจะไม่อาจจำกัดความรับผิดของตนได้ หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำโดยส่วนตนของผู้ประกอบการ ซึ่งได้กระทำโดยจงใจ หรือละเลยไม่ใส่ใจทั้งที่รู้ว่าความเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้

บังคับทำประกันภัย–วางหลักประกัน ฝ่าฝืนปรับ 2 ล้าน

เพื่อให้มั่นใจว่ามีเงินเพียงพอสำหรับการเยียวยาผู้เสียหาย ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดหาประกันภัยหรือหลักประกันทางการเงินอื่นใด ในจำนวนไม่น้อยกว่าเพดานความรับผิดที่กำหนดไว้ คือ 300 ล้านหน่วย SDR ในกรณีที่หลักประกันหรือการรับประกันภัยสิ้นสุดลง หรือถูกผู้รับประกันบอกเลิกหรือระงับ ผู้ประกอบการต้องรีบแจ้งสำนักงานและจัดหาหลักประกันขึ้นใหม่ หากไม่ดำเนินการ เลขาธิการอาจมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ ส่วนบทลงโทษ กำหนดว่าการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการจัดหาประกันภัยหรือหลักประกันทางการเงิน ต้องระวางโทษปรับทางปกครองรายละไม่เกิน 2 ล้านบาท

ตั้ง “กองทุนเพื่อความเสียหายทางนิวเคลียร์” ออมสินบริหาร

ร่างพระราชบัญญัติยังกำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนเพื่อความเสียหายทางนิวเคลียร์” ขึ้นในสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อจ่ายเงินตามพันธกรณีแห่งอนุสัญญา และจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายทางนิวเคลียร์ โดยกองทุนประกอบด้วยเงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรร เงินสมทบจากผู้ประกอบการและเงินเพิ่ม เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค รวมถึงดอกผลและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยกำหนดให้ธนาคารออมสินเป็นผู้จัดการและบริหารกองทุน

สำหรับการจ่ายเงินสมทบ กำหนดให้ผู้ประกอบการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทุกปีในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรได้ หากผู้ประกอบการรายใดไม่จ่ายเงินสมทบให้ถูกต้อง ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ไม่ได้จ่าย

คุ้มครองสิทธิผู้เสียหายกำหนดอายุความ 30 ปี

ในส่วนการดำเนินคดี ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้โดยตรงจากผู้รับประกันภัยหรือผู้ให้หลักประกันทางการเงินของผู้ประกอบการ และให้พนักงานอัยการมีอำนาจดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในฐานะผู้เสียหายแทนรัฐ หรือในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากเอกชน ซึ่งไม่เป็นการตัดสิทธิที่เอกชนจะฟ้องคดีด้วยตนเอง สำหรับอายุความ กำหนดว่าสิทธิเรียกร้องเป็นอันขาดอายุความเมื่อพ้น 3 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรได้รู้ถึงความเสียหาย โดยกรณีความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และอนามัย ต้องเรียกร้องภายใน 30 ปีนับแต่วันเกิดอุบัติการณ์ ส่วนความเสียหายอื่นภายใน 10 ปี ทั้งนี้ กำหนดให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีเขตอำนาจเหนือคดี

เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน 19 ด้าน–ตั้งศูนย์กำกับ SMR

นอกเหนือจากด้านกฎหมาย ปส. ยังเดินหน้าเตรียมความพร้อมในมิติอื่นควบคู่กัน โดยขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน 19 ด้านตามมาตรฐานสากล ประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการร่วมแห่งชาติ ให้เป็นกลไกกลางในการกำกับดูแลและออกใบอนุญาต SMR เพื่อให้กระบวนการอนุมัติ ตรวจสอบ และควบคุมความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีเอกภาพและรัดกุม รวมถึงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตามมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

เลขาธิการ ปส.ระบุว่า การเตรียมความพร้อมกำกับดูแล SMR ขนาด 9,000 เมกะวัตต์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการรองรับฉากทัศน์พลังงานใหม่ของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero)