
ปส. ดันพ.ร.บ. Nuclear Liability กำกับ SMR รับแผน PDP ฉบับใหม่ ปูทางพลังงานสะอาด
ปส.ประกาศความพร้อมรับบทกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) กำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ ตามแผน PDP ฉบับใหม่ พร้อมเดินหน้าร่างพ.ร.บ.ความรับผิดทางแพ่งด้านนิวเคลียร์ เตรียมชงเข้าสภาฯ ปูทางไทยสู่พลังงานสะอาดหนุนเป้า Net Zero
KEY
POINTS
- สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดทางนิวเคลียร์ (Nuclear Liability) ซึ่งจัดทำเสร็จแล้วและเตรียมเสนอเข้าสู่สภาฯ เพื่อเป็นกฎหมายรองรับการลงทุนโรงไฟฟ้า SMR
- กฎหมายดังกล่าวจะใช้กำกับดูแลแผนการสร้างโรงไฟฟ้า SMR กำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถูกบรรจุในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ของประเทศ
- ปส. ยังได้เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน 19 ด้าน และเตรียมจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเพื่อกำกับดูแล SMR โดยเฉพาะ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและมุ่งสู่เป้าหมายพลังงานสะอาด
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เร่งเครื่องวางรากฐานรองรับการเข้าสู่ยุคพลังงานนิวเคลียร์ของไทย หลังแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) บรรจุโรงไฟฟ้า SMR กำลังผลิตรวมสูงถึง 9,000 เมกะวัตต์ ไว้ในฉากทัศน์พลังงานใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านความมั่นคงทางพลังงานและเป้าหมายลดคาร์บอนของประเทศ
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า ปส. ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกรอบกฎหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในหลายมิติ โดยขานรับนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ผลักดันนวัตกรรมขั้นสูงตามแนวทาง BCG Model
ร่างพ.ร.บ.รับผิดนิวเคลียร์เสร็จแล้ว จ่อเข้าสภาฯ
ความเคลื่อนไหวสำคัญคือ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งเกี่ยวกับความเสียหายทางนิวเคลียร์ (Nuclear Liability) ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นกลไกกฎหมายหลักในการรองรับความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น อันเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญก่อนการลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
เร่ง 19 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน–ตั้งศูนย์กำกับ SMR
ควบคู่กันนี้ ปส. เดินหน้าเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรวม 19 ด้านตามมาตรฐานสากล พร้อมประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา และเตรียมจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการร่วมแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำกับดูแลและออกใบอนุญาต SMR ให้กระบวนการอนุมัติ ตรวจสอบ และควบคุมความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีเอกภาพและรัดกุม
ปส.ยังยกระดับบุคลากรจัดตั้งคณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อรองรับงานกำกับดูแล การออกใบอนุญาต และการตรวจติดตามความปลอดภัย ตามมาตรฐานทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
การเตรียมพร้อมกำกับดูแล SMR ขนาด 9,000 เมกะวัตต์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ในการรองรับฉากทัศน์พลังงานใหม่ของประเทศ สร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน







