
"สีหศักดิ์" ปักธงดึงแร่หายากออสซี่ ป้อน EV-ชิปไทย ดันหุ้นส่วนศก.เต็มสูบ
รองนายกฯ "สีหศักดิ์" ประกาศยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ออสเตรเลีย ตั้งเป้ามูลค่าการค้าพุ่ง 3 เท่า เปักธงดึงแร่หายากป้อนอุคสาหกรรมแบตเตอรี่ EV-เซมิคอนดักเตอร์ พ่วงเทคโนโลยี Smart Agri
KEY
POINTS
- รองนายกฯ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผลักดันความร่วมมือกับออสเตรเลียในการจัดหาแร่หายากเพื่อป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเซมิคอนดักเตอร์ของไทย
- แร่หายากจากออสเตรเลียเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างความมั่นคงทางห่วงโซ่อุปทานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- ความร่วมมือด้านแร่หายากเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและออสเตรเลียสู่การเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยระหว่างการร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17 - 22 สิงหาคม 2569 ถึงทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและออสเตรเลีย โดยระบุว่าการหารือครั้งนี้ให้ความสำคัญกับความร่วมมือหลายมิติภายใต้กรอบการทูตเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งสองประเทศได้จัดทำคำแถลงระหว่างผู้นำเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศให้มากขึ้น โดยยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีตที่การใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรี หรือ FTA เคยช่วยขยายมูลค่าการค้าระหว่างไทยและออสเตรเลียได้ถึง 3 เท่า ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างต่อเนื่อง
"ในอดีตเราเคยเห็นแล้วว่าการใช้ประโยชน์จากกรอบเขตการค้าเสรีสามารถผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลียขยายตัวได้มากถึง 3 เท่าครั้งนี้เราต้องการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ผ่านการยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบโดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือในหลายสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพเสริมกันทั้งด้านเกษตรกรรม พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีดิจิทัล" นายสีหศักดิ์ กล่าว
ส่วนในด้านเกษตรกรรมและอาหารไทยและออสเตรเลียจะร่วมมือกันในด้านเทคโนโลยีการเกษตร (Agri-Tech) และเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture โดยออสเตรเลียมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีที่จะช่วยไทยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอาหาร นอกจากนี้ยังมีโอกาสขยายตลาดสินค้าอาหารไทยผ่านเครือข่ายร้านอาหารไทยจำนวนมากในเมืองสำคัญอย่างซิดนีย์
สำหรับด้านพลังงานสะอาดและการบริหารทรัพยากร ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเฉพาะเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ออสเตรเลียมีองค์ความรู้อยู่มาก ขณะเดียวกันออสเตรเลียยังเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญอย่างแร่หายากซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ในประเด็นแร่หายากจากออสเตรเลียมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย ทั้งยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะต่อไป
"แร่หายากของออสเตรเลียถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ รวมถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย จึงต้องการผลักดันความร่วมมือด้านนี้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทยในระยะยาวควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบที่สำคัญ" นายสีหศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ไทยและออสเตรเลียยังมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนจากออสเตรเลียในด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญสูง สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะข้างหน้า
รองนายกฯ ยังกล่าวถึงบทบาทของภาคเอกชนไทยที่ปัจจุบันมีความตื่นตัวในการออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงในออสเตรเลีย เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจจากเดิมที่มีตลาดภายในประเทศเพียง 60 ล้านคนว่า กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในเรื่องกฎระเบียบและกติกาที่เป็นอุปสรรค รวมถึงผลักดันผ่านกรอบเขตการค้าเสรีต่างๆ เพื่อให้ภาคเอกชนไทยสามารถแข่งขันและดำเนินธุรกิจในต่างประเทศได้อย่างราบรื่นต่อไป







