
EEC ไทยขึ้นเบอร์ 1 ฐานการผลิตอาเซียน กำลังไฟฟ้ารองรับกว่า 13,000 MW
EEC ไทยครองอันดับ 1 ฐานการผลิตสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 13,000 MW นำหน้าเวียดนาม ขณะที่ไทยมีพื้นที่อุตสาหกรรมติด Top 10 รวม 3 แห่ง
KEY
POINTS
- เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นฐานการผลิตอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน แซงหน้าเวียดนามและมาเลเซีย
- การจัดอันดับนี้พิจารณาจากความพร้อมด้านกำลังไฟฟ้า ซึ่งพื้นที่ EEC มีศักยภาพรองรับการลงทุนได้มากกว่า 13,000 เมกะวัตต์
- ความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้ไฟฟ้าสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ของไทย ขึ้นอันดับ 1 ฐานการผลิตสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Top Manufacturing Hubs in Southeast Asia by Integrated Industrial Area ของ SEAsia Stats Research โดยพื้นที่ชลบุรี–ระยอง มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 13,000 MW
อันดับ 2 คือ VSIP Industrial System ของเวียดนาม ซึ่งกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 10,000 MW ตามด้วย Bintulu Industrial Area ของมาเลเซีย อันดับ 3 ที่ 8,000 MW
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นขนาดของฐานอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนของไทย และเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมากในชลบุรีและระยอง
อินโดนีเซียมาแรง ติดอันดับ 3 พื้นที่
อินโดนีเซียมีพื้นที่อุตสาหกรรมติดอันดับ Top 10 ถึง 3 แห่ง ได้แก่ Jababeka-Cikarang Industrial Cluster อันดับ 4 มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 5,600 MW
ตามด้วย Karawang Industrial Cluster อันดับ 5 มากกว่า 3,200 MW และ Batam Industrial Zone อันดับ 7 มากกว่า 2,000 MW
ส่วน Jurong Industrial Estate ของสิงคโปร์ อยู่ในอันดับ 6 ด้วยกำลังไฟฟ้ารองรับ 3,000 MW
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันของประเทศในอาเซียนที่เร่งพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการลงทุนใหม่และการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในภูมิภาค
ไทยติด Top 10 รวม 3 แห่ง
นอกจาก EEC ที่ขึ้นอันดับ 1 แล้ว ไทยยังมีพื้นที่อุตสาหกรรมอีก 2 แห่งติด Top 10 คือ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง อยู่ในอันดับ 8 มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 1,700 MW และ Amata City Industrial Estate จ.ชลบุรี อยู่ในอันดับ 9 มากกว่า 1,600 MW
ขณะที่อันดับ 10 คือ Penang Industrial Zone ของมาเลเซีย มีกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 1,000 MW
เมื่อดูจำนวนพื้นที่ที่ติดอันดับ ไทยและอินโดนีเซียมีประเทศละ 3 แห่ง มาเลเซีย 2 แห่ง ส่วนเวียดนามและสิงคโปร์ประเทศละ 1 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลขกำลังไฟฟ้าของ EEC มาบวกกับมาบตาพุดและ Amata City โดยตรง เนื่องจากพื้นที่อุตสาหกรรมทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและมีความเกี่ยวเนื่องกับ EEC ซึ่งอาจมีขอบเขตการนับที่ซ้อนทับกัน
กำลังไฟฟ้า กลายเป็นอีกแต้มต่อชิงฐานลงทุน
การแข่งขันดึงการลงทุนในอาเซียนวันนี้ไม่ได้วัดกันแค่ค่าแรง ที่ดิน หรือระบบโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ความพร้อมด้านไฟฟ้ากลายเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าสูงและต้องการระบบที่มีเสถียรภาพ
ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ปิโตรเคมี รวมถึงโรงงานที่ใช้ระบบอัตโนมัติ ล้วนต้องอาศัยกำลังไฟฟ้ารองรับในระดับสูง
การที่ EEC ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ด้วยกำลังไฟฟ้ารองรับมากกว่า 13,000 MW จึงสะท้อนหนึ่งในจุดแข็งของพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออกของไทย แต่โจทย์จากนี้ไม่ใช่แค่มีไฟฟ้าเพียงพอเท่านั้น
ต้นทุนค่าไฟ ความมั่นคงของระบบ รวมถึงการเข้าถึงไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด จะมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีตั้งเงื่อนไขด้านการลดคาร์บอนในห่วงโซ่การผลิตเข้มข้นขึ้น
ท่ามกลางการไล่ตามของเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานจึงเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่จะชี้ว่าไทยจะรักษาสถานะฐานการผลิตหลักของอาเซียนไว้ได้แค่ไหนในระยะต่อไป







