thansettakij
thansettakij
BOI ดึงทุนโลกเข้า EEC 2.6 ล้านล้าน ลุ้นไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมอาเซียน

BOI ดึงทุนโลกเข้า EEC 2.6 ล้านล้าน ลุ้นไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมอาเซียน

17 ส.ค. 69 | 03:49 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 03:49 น.

BOI เปิดตัวเลขลงทุนภาคตะวันออก 3 ปีทะลุ 2.6 ล้านล้าน ชู 6 อุตสาหกรรมดึงเงินโลก เร่งปลดล็อก 4 โจทย์ใหญ่ รับทุนโลก จัดทัพไฟฟ้า-น้ำ-แรงงาน-พื้นที่ลงทุน

KEY

POINTS

  • บีโอไอเผยในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) มูลค่ารวมกว่า 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าการลงทุนทั้งประเทศ
  • ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของอาเซียน โดยมุ่งเน้นดึงดูดการลงทุนใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล
  • ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งระบบน้ำ พลังงานสะอาด และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยในงานสัมมนา Eastern Thailand: Unlocking the Next Investment Frontier ว่า โครงสร้างเศรษฐกิจและการลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ตลอดจนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ ทำให้เกิดกระแสการกระจายฐานการลงทุนมายังภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น และเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องสร้างรากฐานให้แข็งแรง และปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ 

โดยเฉพาะในภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดโครงการลงทุนที่มีคุณภาพ และพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค

3 ปีลงทุนภาคตะวันออกทะลุ 2.6 ล้านล้านบาท

นายนฤตม์ กล่าวอีกว่า ภาคตะวันออกถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ และเป็นภูมิภาคที่มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด โดยในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา (ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 4,566 โครงการ มูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ จังหวัดชลบุรีมีเงินลงทุนสูงสุดในภาคตะวันออกกว่า 1.29 ล้านล้านบาท

รองลงมา ได้แก่ ระยอง 837,000 ล้านบาท ปราจีนบุรี 235,000 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 228,000 ล้านบาท โดย 3 อุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน

BOI ดึงทุนโลกเข้า EEC 2.6 ล้านล้าน ลุ้นไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมอาเซียน

 

ภาคตะวันออกมีความได้เปรียบจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ สนามบิน และระบบสาธารณูปโภค รวมถึงฐานผู้ประกอบการและห่วงโซ่อุปทานที่มีความลึกและหลากหลาย จึงมีศักยภาพในการเป็น Gateway สำหรับการลงทุนและการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ตลาดโลก 

อย่างไรก็ตาม คลื่นการลงทุนระลอกใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีความต้องการปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมยุคก่อน ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค พื้นที่ลงทุนในลักษณะคลัสเตอร์ และบุคลากรทักษะสูง เป็นโจทย์สำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันวางแผนและบริหารจัดการให้พร้อมรองรับการลงทุน โดยไม่สร้างผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

6 กลุ่มเป้าหมายรับคลื่นลงทุนใหม่

ทิศทางการลงทุนของโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น โดยบีโอไอมองเห็นโอกาสของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนใน 6 กลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับทิศทางโลกและเป็นกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพ ประกอบด้วย 

 

  • อุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งไทยสามารถนำเทคโนโลยีชีวภาพมาต่อยอดฐานเดิมที่มีศักยภาพ ทั้งด้านเกษตร อาหาร พลังงานสะอาด และการแพทย์ 
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) สามารถต่อยอดจากอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมไปสู่การสร้างฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง Hybrid, Plug-in Hybrid และ BEV รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่และมอเตอร์ 
  • (3) อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งไทยมีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง และสามารถยกระดับไปสู่กิจกรรมต้นน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 
  • อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญของโลกที่ก้าวหน้ารวดเร็วและจะมาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมต่าง ๆ 
  • อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ที่กำลังพัฒนาไปสู่ Humanoid Robot หรือ Physical AI โดยไทยสามารถต่อยอดจากฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่เดิม เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์  
  • ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาค ศูนย์จัดซื้อและกระจายสินค้า รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค

นายนฤตม์ กล่าวต่อไปอีกว่า บีโอไอได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อปลดล็อกอุปสรรคของการลงทุน ทั้งด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำ การขยายพื้นที่รองรับการลงทุน การพัฒนาระบบวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ตลอดจนข้อจำกัดอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการเดินหน้าโครงการ พร้อมใช้กลไก Thailand FastPass ในการอำนวยความสะดวกโครงการลงทุนสำคัญ และเร่งสร้างบุคลากรทักษะสูงผ่านมาตรการ Skill Bridge และกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ เพื่อเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย

ปี 2580 อีอีซีต้องการใช้น้ำ 3,615 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงทิศทางการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน โดยคาดว่าในปี 2580 พื้นที่ EEC จะมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 3,615 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 22% จากปี 2567 โดยเฉพาะความต้องการใช้น้ำจากภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 58% สทนช. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ผ่านการพัฒนาแหล่งน้ำและการเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ (Water Grid) ระหว่างพื้นที่ รวมถึงระบบสูบและผันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง และการลงทุนใหม่ในพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน

BOI ดึงทุนโลกเข้า EEC 2.6 ล้านล้าน ลุ้นไทยขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมอาเซียน

 

นายกัลย์ แสงเรือง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ภาครัฐกำลังเตรียมความพร้อมด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center ซึ่งร่างแผน PDP 2026 ได้นำความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ประมาณ 6,800–8,800 เมกะวัตต์ มาประกอบการวางแผน รวมถึงการพัฒนากลไกการกำกับดูแลและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานต่างๆ เช่น Direct PPA, Utility Green Tariff (UGT), IPS และ Thailand Power Map ตลอดจน LNG Terminal ในการรองรับความต้องการใช้พลังงานและการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงบทบาทของ กนอ. ในการสนับสนุนให้การลงทุนเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ One Stop Service, Digital Licensing รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Digital Twin มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการสนับสนุนเป้าหมาย RE100 ผ่านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว