thansettakij
thansettakij
“ยศชนัน”ชี้ AI พลิกเศรษฐกิจไทย ดันเกษตร-การแพทย์-Deep Tech

'ยศชนัน' ชี้ AI พลิกเศรษฐกิจไทย ดันเกษตร-การแพทย์-Deep Tech

13 ส.ค. 69 | 08:21 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 08:32 น.

“ยศชนัน” เปิดวิสัยทัศน์ Future Thailand ชี้ไทยต้องใช้ AI ยกระดับเกษตร-ผลิต-บริการ ดัน Deep Tech สร้างมูลค่าใหม่ สู่ “Scientific Wellness Economy”

KEY

POINTS

  • การนำ AI มายกระดับภาคเศรษฐกิจหลัก ทั้งการเกษตร การผลิต และบริการ เพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศและรับมือกับสังคมสูงวัย
  • ผลักดันภาคการเกษตรสู่เศรษฐกิจชีวภาพมูลค่าสูง และยกระดับการแพทย์สู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Destination)
  • ส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศสำหรับเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อให้ไทยสามารถสร้างเทคโนโลยีของตนเองและก้าวพ้นจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM)

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Future Thailand: AI & Beyond - Shaping the Nation's Next Growth Engine” ในพิธีเปิดหลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่น 1 ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการกำหนดอนาคตของชาติ ซึ่งต้องก้าวไปไกลกว่าเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพียงอย่างเดียว โดยหากประเทศไทยต้องการก้าวไปสู่อนาคตที่สดใส จำเป็นต้องมีอำนาจในการกำหนดทิศทางของตัวเอง

'ยศชนัน' ชี้ AI พลิกเศรษฐกิจไทย ดันเกษตร-การแพทย์-Deep Tech

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการนำ AI เข้าไปยกระดับภาคส่วนหลักของจีดีพี (GDP) ทั้งภาคการเกษตร ภาคการผลิต และภาคบริการ เพื่อรับมือกับปัญหาโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ และเพิ่มผลิตภาพของประเทศอย่างก้าวกระโดด

เปลี่ยนเกษตรสู่เศรษฐกิจชีวภาพมูลค่าสูง

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไปสู่การสร้างมูลค่าทางชีวภาพระดับสูง จากเดิมที่ประเทศไทยมุ่งขายผลผลิตตามน้ำหนักแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรและผลผลิตทางการเกษตร

'ยศชนัน' ชี้ AI พลิกเศรษฐกิจไทย ดันเกษตร-การแพทย์-Deep Tech

ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ สมุนไพร โภชนาการที่แม่นยำ อาหารทางการแพทย์ และเวชสำอาง ซึ่งเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การผลักดัน “Scientific Wellness Economy” หรือเศรษฐกิจสุขภาวะที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์

เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Destination) ผ่านการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สปา และการฟื้นฟูร่างกาย ให้มีมาตรฐานรองรับด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแท้จริง

ดัน Deep Tech สร้างเทคโนโลยีของไทย

ศ.ดร.ยศชนัน  กล่าวต่อว่า นอกจากภาคการเกษตรและการแพทย์แล้ว ประเทศไทยยังมีเป้าหมายที่จะก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต (OEM) ด้วยการสร้างระบบนิเวศสำหรับเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech)

ประเทศไทยจำเป็นต้องดึงดูดภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงเข้ามาตั้งฐานในประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพ และมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยเอง

ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยอุดช่องโหว่ด้านการขาดแคลนเงินทุนร่วมลงทุน (VC) และสร้างสนามทดสอบ (Sandbox) เพื่อให้นวัตกรรมใหม่ๆ สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก

ใช้ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นแต้มต่อ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้การเติบโตทั้งหมดมีความยั่งยืน คือการรักษาและต่อยอด “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศ โดยธรรมชาติคือสินทรัพย์ของไทย และประเทศไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ หากปราศจากการปกป้องธรรมชาติ

ดังนั้น ประเทศไทยต้องใช้ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ประเทศอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแข่งขันทางธุรกิจ แต่ต้องนำนวัตกรรมมารับใช้ธรรมชาติและสังคม เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง

'ยศชนัน' ชี้ AI พลิกเศรษฐกิจไทย ดันเกษตร-การแพทย์-Deep Tech

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดโดยศูนย์ CP Innovation Center of Excellence เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPIC) โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ Chief Strategic Intelligence and Communication Officer รวมถึงคณะผู้บริหารจาก CP, Huawei, Tencent, AWS, Mitsubishi Electric, Schneider, KAO และ SCG เข้าร่วม