
“ยศชนัน” วาง 7 นโยบายปั้น สทนว. ดันวิจัยเชิงพาณิชย์ สร้างยูนิคอร์นสุขภาพไทย
ยศชนัน” ชู 7 นโยบายยกระดับ “สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์” เปลี่ยนผ่านผู้ให้ทุนสู่ผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพชาติ พร้อมดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าปั้นยูนิคอร์นด้านสุขภาพไทยผงาดบนเวทีโลก
KEY
POINTS
- ยศชนัน วาง 7 นโยบายให้ สทนว. ปรับบทบาทจากผู้ให้ทุนเป็นผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์
- มุ่งผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ผ่านแพลตฟอร์ม "Bio Venture Builder" ตั้งเป้าสร้างยูนิคอร์นด้านสุขภาพของไทยใน 5 ปี
- เร่งรัดกระบวนการทดลองทางคลินิกโดยทำหน้าที่เป็น One-stop Service และจัดทำธนาคารชีวภาพพร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูล Big Data ด้านสุขภาพระดับชาติ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว.) (Technology and Innovation in Life Sciences National Agency: TILSNA) (Board Orientation) โดยระบุว่าบทบาทของ สทนว. ในปัจจุบัน ควรเปลี่ยนจากผู้ให้ทุนเป็นผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม
รวมทั้งเปลี่ยนจากหน่วยงานสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เป็นทั้งหน่วยงานขับเคลื่อนภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic mission agency) ผู้บูรณาการเศรษฐกิจชีวภาพแห่งชาติ และผู้ผลักดันอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ
ทำงานเชิงรุกผ่าน 7 นโยบายสำคัญ
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมจึงได้กำหนดทิศทางการทำงานเชิงรุกผ่าน 7 นโยบายสำคัญ ได้แก่ นโยบายที่ 1 คือการมุ่งตอบโจทย์ท้าทายที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติทางชีววิทยาศาสตร์
โดย สทนว. จะเป็นเจ้าภาพหลักในการกำหนดโจทย์วิจัยระดับชาติที่มีเป้าหมายระยะยาว 10 ปี พร้อมผนึกกำลังมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศให้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ นโยบายที่ 2 คือการสร้างสะพานเชื่อมสู่นวัตกรรม เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง ก้าวข้ามความสำเร็จที่จำกัดอยู่เพียงการตีพิมพ์บทความทางวิชาการ โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้ง NIA, NVI, PMU C และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
สร้างแพลตฟอร์ม Bio Venture Builder ปั้นยูนิคอร์นด้านสุขภาพ
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า นโยบายที่ 3 คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม Bio Venture Builder เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างบริษัทใหม่จากมหาวิทยาลัย โดยร่วมมือกับ NIA อย่างใกล้ชิด ซึ่งเราตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ประเทศไทยจะต้องมี Deep Tech Startup ระดับโลก และกำเนิดยูนิคอร์น (Unicorn) ด้านสุขภาพของประเทศให้สำเร็จ
นโยบายที่ 4 คือการเร่งรัดการทดลองทางคลินิกระดับภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูงมาก แต่กระบวนการทดลองทางคลินิก (Clinical Trial) ยังคงใช้เวลานาน สทนว. จึงจะก้าวเข้ามาเป็น One-stop Service เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
เชื่อมฐานข้อมูล Big Data ด้านสุขภาพ
นโยบายที่ 5 คือการจัดทำธนาคารชีวภาพระดับชาติและแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพ เนื่องจากในยุคนี้ข้อมูลคือทรัพยากรใหม่ที่มีมูลค่ามหาศาล เราจึงต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
และนโยบายที่ 6 และ 7 คือการทำหน้าที่เป็นกงล้อขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจชีวภาพ โดยต้องเดินหน้าทำงานเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายระดับโลกอย่างรอบด้าน
“นโยบายทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมและยกระดับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้บนเวทีโลก” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว







