thansettakij
thansettakij
ความเชื่อมั่นธุรกิจ ก.ค. ต่ำสุดรอบ 35 เดือน ทุนต่างชาติ-ต้นทุนพลังงานฉุดแรง

ความเชื่อมั่นธุรกิจ ก.ค. ต่ำสุดรอบ 35 เดือน ทุนต่างชาติ-ต้นทุนพลังงานฉุดแรง

13 ส.ค. 69 | 07:50 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 08:03 น.

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ก.ค. 2569 อยู่ที่ 41.5 จุด แม้ขยับขึ้น 0.1 จุด แต่ยังต่ำสุดรอบ 35 เดือน ขณะที่ผู้บริโภคฟื้นต่อเนื่อง หนุนเศรษฐกิจปลายปี

KEY

POINTS

  • ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 35 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยังคงอ่อนแอ
  • ปัจจัยลบสำคัญที่ฉุดความเชื่อมั่นคือต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า รวมถึงความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • ผู้ประกอบการมีความกังวลอย่างมากต่อการเข้ามาของทุนต่างชาติและสินค้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด แย่งส่วนแบ่งจากธุรกิจ SME ไทย

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนกรกฎาคม 2569 ยังอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทุนต่างชาติ และสินค้าราคาถูก ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันมีการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 35.9 จุด ขณะที่ดัชนีโดยรวมอยู่ที่ 41.5 จุด ซึ่งแม้จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.1 จุดจากเดือนก่อนหน้า แต่ในภาพรวมถือว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 35 เดือน หรือเกือบ 3 ปี

สำหรับปัจจัยลบสำคัญที่ฉุดความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ประกอบด้วย ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล ที่ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, ปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและราคาพลังงาน

กังวลการเข้ามาของทุนต่างชาติ -สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีความกังวลอย่างมากต่อการเข้ามาของทุนต่างชาติ และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด แย่งส่วนแบ่งการตลาดจากธุรกิจ SME ไทย รวมไปถึงปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.8 ปัจจัยหนุนหลักมาจากมาตรการ "ไทยช่วยไทย Plus 60-40" ของรัฐบาลที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับประชาชน.ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้และกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายละเอียดของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบการปรับตัวดีขึ้นในทุกรายการ ดังนี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม 45.3
  • ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำ 49.8
  • ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต 60.5
  • ดัชนีความเหมาะ สมในการซื้อรถยนต์และบ้านหลังใหม่ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ 55.5 และ 33.7 ตามลำดับ

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจและผู้บริโภคยังคงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในหลายด้าน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ, การบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง, และการออกมาตรการคุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของทุนต่างชาติ

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังคง คาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2569 ไว้ที่ร้อยละ 2.0 - 2.5 โดยคาดว่าความเชื่อมั่นจะเริ่มเป็น "ขาขึ้น" และกลับมาโดดเด่นในช่วงไตรมาสที่ 4 จากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยวและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 และต้นปีงบประมาณ 2570