
'สมหมาย ภาษี' เปิด 2 ปมฉุดเศรษฐกิจไทยโตต่ำ SMEs ล้ม-ต่างชาติแย่งงาน
สมหมาย ภาษี ชี้ไทยเผชิญภาวะ “ปางตาย” โตต่ำกว่าศักยภาพ เปิด 2 ปัญหาใหญ่ SMEs ถดถอยและต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจมากขึ้น
KEY
POINTS
- สมหมาย ภาษี ชี้ปัญหาเศรษฐกิจไทยโตต่ำมาจากธุรกิจ SMEs ที่อ่อนแอและปิดกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้า โดยเฉพาะจากจีนได้
- การเข้ามาของธุรกิจต่างชาติในภาคการท่องเที่ยวและบริการ ทำให้คนไทยมีพื้นที่ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ลดลง โดยรายได้ส่วนหนึ่งไหลไปสู่ผู้ประกอบการต่างชาติ
- ทั้งสองปัญหาสะท้อนถึงรากฐานเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยที่ลดลง ทั้งในภาคการผลิตและบริการ
นายสมหมาย ภาษี นักเศรษฐศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยบทความแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทย โดยมองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะที่น่าเป็นห่วง หลังเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมาเป็นเวลานาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้ไทยมีทรัพยากร ทำเลที่ตั้ง และบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งได้
นายสมหมายระบุว่า ภายหลังติดตามการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบันมาเกือบ 5 เดือน ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศจะได้รับการแก้ไขจนสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ โดยเห็นว่าปัญหาของไทยมีหลายด้าน ทั้งโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนข้อจำกัดด้านการคลังและกฎระเบียบของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม นายสมหมายเลือกชี้ให้เห็น 2 ปัญหาสำคัญ ที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ได้แก่ การถดถอยของธุรกิจ SMEs และการเพิ่มขึ้นของธุรกิจต่างชาติในภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยมีพื้นที่ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ลดลง
SMEs เลิกกิจการพุ่ง สะท้อนรากเศรษฐกิจอ่อนแรง
ประเด็นแรกคือสถานการณ์ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ทั่วประเทศ โดยนายสมหมายอ้างข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มี SMEs เลิกกิจการมากกว่า 7,000 ราย เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
นายสมหมายมองว่า หากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว มีความเป็นไปได้ที่ในช่วงครึ่งหลังของปีจะเห็น SMEs ในภาคธุรกิจอื่นทยอยปิดกิจการเพิ่มเติม โดยปัจจัยสำคัญมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ประกอบการมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและความสามารถในการแข่งขัน
โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพสินค้า เมื่อสินค้าจากจีนเข้ามามีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก นายสมหมายมองว่า ปัจจุบันแม้แต่สินค้าพื้นฐานที่ผลิตเพื่อใช้ในประเทศ ผู้ประกอบการไทยก็ยังต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทย
ทั้งนี้ นายสมหมายมองว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของจีนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันก็ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันกับจีนเช่นกัน
ห่วงต่างชาติรุกธุรกิจท่องเที่ยว คนไทยมีพื้นที่น้อยลง
ปัญหาที่สองคือการที่ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งนายสมหมายมองว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย แม้จะช่วยสร้างงานและรายได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยมากขึ้นด้วย
ประเด็นดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีการใช้ “นอมินี” แต่รวมถึงธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยนายสมหมายยกตัวอย่างธุรกิจโรงแรม ซึ่งปัจจุบันโรงแรมจากเครือระดับโลกเข้ามาขยายกิจการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทยจำนวนมาก ขณะเดียวกันธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงร้านอาหารของผู้ประกอบการต่างชาติ ก็ขยายตัวตามการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว
นอกจากธุรกิจจากจีน อิตาลี ฝรั่งเศส และอินเดียที่พบเห็นในไทยมานานแล้ว นายสมหมายยังระบุว่า ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญเริ่มพบธุรกิจของผู้ประกอบการจากยุโรป รัสเซีย ตุรกี อิสราเอล และอิหร่านเพิ่มขึ้น
นายสมหมายตั้งข้อสังเกตว่า แม้การขยายตัวของการท่องเที่ยวจะช่วยให้คนไทยมีงานทำและสร้างตลาดให้กับวัตถุดิบในประเทศ แต่รายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนหนึ่งก็ไหลไปสู่ธุรกิจของต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการในไทยด้วย ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวเช่นกัน
ชี้ไทยมีศักยภาพ แต่ถูก “สารพิษ” บดบัง
นายสมหมายระบุว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ รวมถึงมีทรัพยากรในหลายด้าน อีกทั้งคนไทยมีความรู้และความสามารถเพิ่มขึ้น แต่กลับไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามศักยภาพ โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับต่ำมาเกือบ 20 ปี
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เหตุใดประเทศที่มีทรัพยากรและศักยภาพจำนวนมากจึงไม่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างเต็มที่
นายสมหมายมองว่า สิ่งที่บดบังศักยภาพของไทยไม่ใช่การขาดทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างและ “สารพิษ” หลายด้าน ทั้งการขาดวินัยของคนในสังคม ปัญหาธรรมาภิบาลของผู้มีอำนาจ กฎหมายและกฎระเบียบที่มีความซับซ้อน รวมถึงการตีความที่อาจแตกต่างกันในหลายกรณี
โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่นายสมหมายมองว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะทำให้ทรัพยากรและโอกาสทางเศรษฐกิจไม่สามารถถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ท้ายที่สุด นายสมหมายเห็นว่า หากไทยยังไม่สามารถจัดการกับปัจจัยเหล่านี้ได้ ศักยภาพที่ประเทศมีอยู่ก็จะยังไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เต็มที่ และอาจทำให้ไทยยังคงเผชิญภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพต่อไปในระยะยาว ทั้งที่มีทรัพยากรและข้อได้เปรียบจำนวนมากรองรับการเติบโตของประเทศ






