thansettakij
thansettakij
เงินเฟ้อ ก.ค. สูง 1.95% ชี้เดือนส.ค. ยังบวก จับตาราคาน้ำมันครึ่งปีหลัง

เงินเฟ้อ ก.ค. สูง 1.95% ชี้เดือนส.ค. ยังบวก จับตาราคาน้ำมันครึ่งปีหลัง

05 ส.ค. 69 | 03:34 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 03:49 น.

สนค. เผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 1.95% ขณะที่อาหารสำเร็จรูป ค่าโดยสาร และผักสดยังเป็นแรงกดดันค่าครองชีพ พร้อมคาดเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมยังเป็นบวกต่อ

KEY

POINTS

  • อัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 1.95% ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ราคาอาหารสำเร็จรูป ค่าโดยสาร และผักสดยังคงปรับตัวสูงขึ้น
  • สนค. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคม 2569 จะยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง จากราคาอาหารและค่าเดินทางที่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้น
  • ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในครึ่งปีหลัง เนื่องจากยังทรงตัวในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพ

สนค. เผยอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 1.95% ชะลอลงจากเดือนมิถุนายนที่ขยายตัว 2.42% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มปรับลดลง แม้ราคายังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูป ค่าโดยสารสาธารณะ และผักสดยังปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนยังอยู่ในระดับสูง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ คือผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้าเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภค เท่ากับ 102.1 สูงขึ้น 1.95% โดยมีปัจจัยสําคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า 

ทั้งนี้ จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยึดเยื้อ จึงส่งผลกระทบ ต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง 

ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราทีค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับตัวราคาสูงขึ้น ประกอบกับราคาผักสดปรับตัวสงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึงมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญกําลังอ่อน สําหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

สําหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2569 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2569 ลดลง 0.73% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือน (มกราคม -กรกฎาคม) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 1.21%

อย่างไรก็ตามแม้อัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2569 มีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยในเดือนมิถุนายนราคาน้ำมันวิ่งอยู่ที่ประมาณเกือบ 37 บาท แต่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมราคาได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 36.16 บาท

ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการราคาพลังงาน กระทรวงพลังงานได้เข้ามาบริหารจัดการความคาดหวัง เพื่อให้ราคาน้ำมันมีความเสถียร โดยมีการประคองราคาไว้ที่ประมาณ 36.69 บาท ต่อเนื่องกันถึง 3 รอบ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะมีความผันผวนสูงในช่วงต้นถึงกลางเดือนกรกฎาคมก็ตาม 

นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันมีการกำกับราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อช่วยพยุงราคา ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากปัจจัย "Cost-push" หรือต้นทุนที่ผลักดันมาจากราคาน้ำมัน 

เปิดตัวเลขเงินเฟ้อเทียบตปท

 

ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ของไทยปรับสูงขึ้น 2.42 โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 41 จาก 140 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ใน อันดับที่ 4 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสปป.ลาว)

นายนันทพงษ์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนสิงหาคม ปี 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนนให้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสงขึ้น ดังนี้

1. ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่า ปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค ตะวันออกกลางทียังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกําลังทหารรอบใหม่ 

2. ราคาอาหารสําเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมี การปรับราคาต่อจานในอัตราทีค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น 

3. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสาร รถประจําทาง ตามราคานํามันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูง กว่าปีก่อนหน้า 

4.ราคาผักสดที่สําคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐาน ราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กําลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะ เอลนีโญกําลังอ่อน สู่สภาวะเอลนีโญกําลังแรง /กําลังแรงมาก 

จับตาคาดการณ์ทั้งปี 69 

สำหรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ รายปีและรายไตรมาส ปี 2569 (ทั้งปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 1.5 -2.0) ตํากว่าประมาณการณ์ที่ร้อยละ 2.0 ยังมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูง

อย่างไรก็ตามต้องดูสถานการณ์ราคาน้ำมัน หากมีการปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ 40.24-47.50 บาท/ลิตร มีโอกาสที่เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสูงถึง 3%