
‘Data Center’ โอกาสหรือความเสี่ยง ซีอีโอภาคอุตสาหกรรมห่วงไฟฟ้า-น้ำ
ส.อ.ท.เปิดผลสำรวจ CEO ชี้ ‘Data Center’ ดันเศรษฐกิจไทย แต่ห่วงไฟฟ้า-น้ำไม่พอ ชง 5 เงื่อนไขดึงลงทุน เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยี-สร้างคนไทย
KEY
POINTS
- ภาคอุตสาหกรรมมองว่า Data Center เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อรองรับเทคโนโลยี AI และ Big Data ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ผู้บริหารมีความกังวลต่อความเสี่ยงด้านทรัพยากร โดยเฉพาะปริมาณไฟฟ้าและน้ำที่อาจไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นและทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้น
- มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เช่น การคิดอัตราค่าไฟฟ้าตามต้นทุนจริง ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และเชื่อมโยงการลงทุนกับการพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรในประเทศ
นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การลงทุน Data Center มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยี Cloud, AI และ Big Data
รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยการส่งเสริมการลงทุนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ผลสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 51 ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ มุมมองภาคอุตสาหกรรมต่อการลงทุน Data Center ในไทยพบว่า ผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เห็นว่าการลงทุน Data Center มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยในระดับมากถึงมากที่สุด รวม 72.5%
อินเทอร์เน็ต-โทรคมนาคมไทยพร้อมมากสุด
โดยประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่กฎหมายและการคุ้มครองข้อมูล รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยังเป็นด้านที่ต้องเร่งพัฒนา
สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผู้บริหารส่วนใหญ่มองว่า Data Center จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนการใช้ Big Data, AI, IoT และระบบอัตโนมัติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ทั้งงานก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์ ตลอดจนงานบริหารจัดการและบำรุงรักษา ซึ่งจะช่วยสร้างงานทักษะสูงและมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ
นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐกำหนดเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เชื่อมโยงกับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาไทย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้าน AI, Cloud และ Data Analytics รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัลและสตาร์ทอัพไทยให้สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ บริการ และแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับ Data Center เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและผู้ประกอบการไทย และพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศให้เข้มแข็ง พร้อมลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารส่วนใหญ่ ยังมีความกังวล เกี่ยวกับปริมาณน้ำในพื้นที่ ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่การแย่งใช้ทรัพยากรกับภาคอุตสาหกรรมและชุมชน เพิ่มภาระต่อโครงสร้างพื้นฐาน กระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าของผู้ใช้กลุ่มอื่นสูงขึ้น
ขณะเดียวกันกฎหมาย มาตรฐาน และระบบกำกับดูแลที่ยังไม่ชัดเจนหรือไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการยอมรับของประชาชน
แนะกำหนดค่าไฟสะท้อนต้นทุนจริง
จากข้อกังวลดังกล่าว ผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงเสนอให้มีการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการโครงข่ายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานสะอาด และการจัดการสิ่งแวดล้อม
และพิจารณาให้สิทธิประโยชน์แบบขั้นบันไดตามประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ เพื่อให้การลงทุน Data Center เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยไม่ผลักภาระต้นทุนและผลกระทบด้านทรัพยากรไปยังภาคส่วนอื่น พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจไทย
เมื่อถามถึงสถานการณ์ของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาค ผู้บริหารส่วนใหญ่ 48.8% เห็นว่าไทยมีศักยภาพ แต่ยังต้องเร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญ ขณะที่ 34.4% เห็นว่าไทยมีโอกาสเป็นหนึ่งในฐาน Data Center ของภูมิภาค แต่ยังไม่ถึงระดับศูนย์กลาง ฃสะท้อนว่าการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ภาครัฐจึงต้องเร่งสร้างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว







