
ซิเลซติกา ลงทุนไทยเพิ่ม รับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์–AI เปิดรับกว่า 3,500 ตำแหน่ง
“ซิเลซติกา” เดินหน้าขยายกำลังผลิตและศักยภาพด้านวิศวกรรมในประเทศไทย รองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก เตรียมรับวิศวกรมากกว่า 500 ตำแหน่ง พร้อมพนักงานฝ่ายปฏิบัติการและช่างเทคนิคกว่า 3,000 ตำแหน่งภายในสิ้นปีนี้
KEY
POINTS
- ซิเลซติกา ขยายการลงทุนในไทยเพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ที่เติบโตขึ้นทั่วโลก
- ประกาศแผนเปิดรับบุคลากรใหม่มากกว่า 3,500 ตำแหน่งภายในสิ้นปี 2569 ประกอบด้วยวิศวกรกว่า 500 ตำแหน่ง และพนักงานฝ่ายปฏิบัติการอีกกว่า 3,000 ตำแหน่ง
- การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเครือข่ายของบริษัท และเป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง
บริษัท ซิเลซติกา จำกัด (Celestica Inc.) ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์และโซลูชันเทคโนโลยีขั้นสูง ประกาศขยายการดำเนินงานในประเทศไทย รองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ระบบคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
การขยายธุรกิจครั้งนี้มาพร้อมแผนเปิดรับบุคลากรใหม่มากกว่า 3,500 ตำแหน่งภายในสิ้นปี 2569 แบ่งเป็นวิศวกรมากกว่า 500 ตำแหน่ง รวมถึงพนักงานฝ่ายปฏิบัติการและช่างเทคนิคอีกกว่า 3,000 ตำแหน่ง สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของบริษัท
ไทยขึ้นแท่นฐานผลิตใหญ่สุดในเครือข่าย
ซิเลซติกาเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 ก่อนขยายตัวจนกลายเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในเครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลกของบริษัท
ปัจจุบันบริษัทมีฐานการผลิตตั้งอยู่ในเขตประกอบการเสรี นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง บนพื้นที่มากกว่า 144,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอลประมาณ 20 สนาม ประกอบด้วยโรงงานผลิตที่ทันสมัยรวม 12 แห่ง
ฐานการดำเนินงานในประเทศไทยมีพนักงานมากกว่า 7,000 คน ในจำนวนนี้รวมถึงวิศวกรและบุคลากรด้านเทคโนโลยีทักษะสูงอีกหลายร้อยคน
การดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิตโซลูชันด้านระบบจัดเก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ระบบประมวลผล และระบบเครือข่าย เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ ตลอดจนผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลระดับโลก
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฐานในประเทศไทยจึงมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ยุคใหม่ ซึ่งต้องรองรับการประมวลผล AI ที่มีความซับซ้อนและใช้ทรัพยากรเพิ่มสูงขึ้น
ลงทุนเพิ่มกำลังผลิต-เสริมทีมวิศวกรรม
นายชิน เวง เชา รองประธานอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการโซลูชันการเชื่อมต่อและคลาวด์ระดับโลก และโซลูชันแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ บริษัท ซิเลซติกา กล่าวว่า ทีมงานในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ยุคใหม่
ขณะที่ความต้องการโซลูชันเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนในโรงงาน ขยายขีดความสามารถด้านการผลิต และเพิ่มศักยภาพของทีมวิศวกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม และการผลิต
“ประเทศไทยมีความสำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตระดับโลกของเรา” นายชิน เวง เชา กล่าว พร้อมระบุว่า บริษัทต้องการดึงดูดวิศวกรและบุคลากรด้านเทคโนโลยีเข้าร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต
เปิดรับวิศวกรหลากหลายสาขา
ซิเลซติกา ประเทศไทย เตรียมเปิดรับสมัครวิศวกรในหลากหลายสาขา โดยบุคลากรที่เข้าร่วมงานจะมีโอกาสทำงานร่วมกับทีมงานระดับโลก และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุน AI ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และโซลูชันเครือข่ายยุคใหม่
การขยายตัวของซิเลซติกาสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังคงมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะการผลิตฮาร์ดแวร์และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามคือความพร้อมของตลาดแรงงานไทยในการผลิตวิศวกร ช่างเทคนิค และบุคลากรทักษะสูงให้เพียงพอกับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป







