
บอร์ด EEC จ่อเคาะสิทธิประโยชน์ลงทุนครั้งแรก ประเดิม 8 โครงการใหญ่แสนล้าน
EECO เตรียมเสนอบอร์ด กพอ. ส.ค.นี้ ขออนุมัติโครงการลงทุน ภายใต้สิทธิประโยชน์ของอีอีซี ครั้งแรก ประเดิม 8 โครงการ วงเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท กระตุ้นการลงทุน ส่วนสัญญาไฮสปีดเทรน ดร.จุฬา คาดยังไม่ชงเข้าพิจารณา
KEY
POINTS
- บอร์ด EEC เตรียมพิจารณาอนุมัติสิทธิประโยชน์การลงทุนเป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2569
- เสนออนุมัติ 8 โครงการลงทุนนำร่อง มูลค่ารวมประมาณ 1 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
- สิทธิประโยชน์จะถูกประเมินและอนุมัติเป็นรายโครงการให้เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละรายในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนภายใต้สิทธิประโยชน์ของอีอีซีเป็นครั้งแรก รวม 8 โครงการ วงเงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท เพื่อช่วยขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ
ดร.จุฬา กล่าวว่า ที่ผ่านมา EEOC ได้จัดเตรียมเรื่องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์ของสำนักงานเอง ตั้งแต่การพิจารณาว่ามีเขตส่งเสริมที่ไหนเหมาะสมกับการลงทุนอะไรไปบ้าง และพยายามให้เห็นว่าการมี One Stop Service ช่วยสนับสนุนจะช่วยให้นักลงทุนได้รับความสะดวกในการเข้ามาลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง พรัอมทั้งกำหนดสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมในแต่ละรายด้วย
"เราพยายามแนะนำคนที่อยากมาลงทุนตั้งแต่ชวนเข้ามาจนถึงให้เขาประกอบกิจการได้จริงๆ โดยจะบอกว่า ลงทุนแบบนี้ควรจะอยู่ในพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจในโซนไหน แล้วเตรียมให้สิทธิประโยชน์ อย่างเช่น การก่อสร้าง การตั้งโรงงานต่าง ๆ แต่ในขั้นตอนที่ผ่านมา เรายังไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์อย่างจริงจัง เนื่องจากไปเตรียมเรื่องเชิงกฎหมาย เพราะสิทธิประโยชน์ EEC ครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งสิทธิประโยชน์ในเชิงภาษีต้องคุยกับสรรพากร คุยกับศุลกากร หรือเรื่องใบอนุญาติ หรือวีซ่าต่าง ๆ ด้วย" ดร.จุฬา กล่าว
สำหรับการพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีนั้น ดร.จุฬา กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กพอ. ครั้งนี้ จะเป็นการอนุมัติสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งแต่ละรายจะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน เพราะจะมีการประเมินเป็นรายโครงการ และนำเสนอเข้ามายัง กพอ. พิจารณา ส่วนใหญ่จะครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่าการลงทุน กว่า 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามีการประเมินกันว่า จะมีการเสนอทางเลือกให้บอร์ด กพอ. พิจารณาว่าจะเดินหน้าแก้ไขสัญญาหรือยุติสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือ กลุ่มซีพี นั้น ล่าสุด ดร.จุฬา ยอมรับว่า กรณีโครงการดังกล่าวอาจจะยังไม่ได้เสนอรายละเอียดเข้ามายังที่ประชุมครั้งนี้ได้ทัน







