thansettakij
thansettakij
คมนาคมเปิดแผนรถไฟทางคู่ 4.4 หมื่นล้าน เชื่อม 4 จังหวัดอีสานใต้

คมนาคมเปิดแผนรถไฟทางคู่ 4.4 หมื่นล้าน เชื่อม 4 จังหวัดอีสานใต้

02 ส.ค. 69 | 10:48 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ส.ค. 69 | 10:54 น.

คมนาคมชง ครม. รถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลฯ” 4.4 หมื่นล้าน เชื่อม 4 จังหวัดอีสานใต้ ระยะทาง 308 กม. 34 สถานี คาดเริ่มสร้างปี 2571 หนุนโลจิสติกส์-การค้าอีสานใต้

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงินกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท
  • เส้นทางจะครอบคลุม 4 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • โครงการมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในพื้นที่ชายแดน
  • หากได้รับอนุมัติตามแผน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 และแล้วเสร็จในปี 2575

กระทรวงคมนาคมเร่งเดินหน้าขยายโครงข่ายระบบรางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเตรียมผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ช่วง ชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร วงเงินลงทุนกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนเปิดทางให้เริ่มก่อสร้างในปี 2571

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามการยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทั้งทางรางและทางถนน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบรางซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ในการลงพื้นที่ได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการ ณ สถานีรถไฟศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานีสำคัญบนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปัจจุบันมีขบวนรถให้บริการประมาณ 20 ขบวนต่อวัน ครอบคลุมทั้งรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว และรถท้องถิ่น รองรับผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 1,900 คนต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีระบบขนส่งต่อเนื่อง หรือ Feeder รองรับการเดินทางจากสถานีไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งรถสองแถว รถแท็กซี่ รถตู้ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะกับระบบรางให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น

จ่อชง ครม. รถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลฯ” 4.4 หมื่นล้าน

สำหรับโครงการที่กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันต่อไป คือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 44,095.36 ล้านบาท ประกอบด้วย 34 สถานี และมีแนวเส้นทางครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรี โดยหากได้รับความเห็นชอบตามแผน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2571 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2575

โครงการดังกล่าวจะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการระบบราง เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อการเดินทาง รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน แต่ยังมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนการขนส่งในระยะยาว

รถไฟทางคู่ “ขอนแก่น-หนองคาย” คืบ 8.36%

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า นอกจากโครงการช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานีแล้ว ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ช่วง ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร โดยมีความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 8.36%

โครงการดังกล่าวมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2571 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการยกระดับโครงข่ายรถไฟทางคู่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระบบรางจากพื้นที่ตอนกลางของภาคไปยังจังหวัดหนองคายและพื้นที่ชายแดน

เมื่อโครงการรถไฟทางคู่หลายช่วงทยอยเดินหน้าตามแผน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้าของภาคอีสาน ทั้งยังช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับพื้นที่เศรษฐกิจและประเทศเพื่อนบ้าน

ปูฐานเศรษฐกิจอีสานใต้ เชื่อมการค้า-ลงทุนชายแดน

สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทั้งด้านการเกษตร การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ตลอดจนการค้าชายแดน

การมีโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับการขนส่งสินค้าในปริมาณมากและระยะทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนและระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ จะช่วยให้เกิดการเดินทางและขนส่งแบบไร้รอยต่อ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการในภูมิภาค

ดังนั้น โครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี จึงไม่ใช่เพียงโครงการลงทุนด้านคมนาคม แต่ยังเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้ามารองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอีสานใต้ในระยะยาว โดยเฉพาะการเชื่อมโยง 4 จังหวัดเข้าด้วยกัน และต่อยอดไปยังพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน

หากโครงการสามารถเข้าสู่กระบวนการอนุมัติและเริ่มก่อสร้างได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้ การลงทุนวงเงินกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท จะกลายเป็นอีกหนึ่งแรงส่งสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของอีสานใต้ ทั้งด้านการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค