
“ยศชนัน” สั่ง NIA สเกลอัพธุรกิจนวัตกรรม ดัน GDP โต 1-2% ใน 5 ปี
ยศชนัน วางโจทย์ NIA เร่งขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศ ตั้งเป้าสร้างผลต่อการเติบโต GDP เพิ่ม 1-2% ภายใน 5 ปี พร้อมปั้น “ย่านนวัตกรรม” ดึงศักยภาพคนในพื้นที่ เชื่อมรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และนักลงทุน
KEY
POINTS
- ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สั่งการให้ NIA เป็นกลไกหลักในการขยายผลธุรกิจนวัตกรรม (Scale up) ให้เติบโตในเชิงพาณิชย์
- ตั้งเป้าหมายผลักดันให้ธุรกิจนวัตกรรมมีส่วนช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศให้เติบโตเพิ่มขึ้น 1-2% ภายใน 5 ปี
- มุ่งเน้นการส่งเสริมเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) พัฒนากำลังคนด้าน AI และสร้าง "ย่านนวัตกรรม" เพื่อเป็นพื้นที่ต่อยอดสู่ธุรกิจจริง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. มอบนโยบายด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และบทบาทของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สนช. (NIA) ต่อการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ
สาระสำคัญของนโยบายอยู่ที่การปรับบทบาท NIA ให้เป็นกลไกหลักในการผลักดันนวัตกรรมออกจากห้องวิจัย ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายผลธุรกิจนวัตกรรม หรือ Scale up ให้เติบโตได้จริงในเชิงพาณิชย์
ดันนวัตกรรมเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศในระยะต่อไป ต้องไม่หยุดอยู่เพียงการวิจัยหรือการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องเชื่อมโยงไปสู่การใช้งานจริง และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
โดย NIA ต้องทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองหลักในการนำนวัตกรรมไปตอบโจทย์ความต้องการของกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ควบคู่กับการผลักดันงานวิจัยและพัฒนา หรือ R&D ไปสู่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ หรือ New Growth Engine
เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้ธุรกิจนวัตกรรมมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของ GDP เพิ่มขึ้นประมาณ 1-2% ภายใน 5 ปี
เร่ง Deep Tech-แรงงานอนาคต-AI
ทิศทางการขับเคลื่อนของ NIA ในระยะต่อไป จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ Deep Tech มากขึ้น เพราะเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอนาคต และเป็นจุดที่ประเทศไทยต้องเร่งสร้างขีดความสามารถใหม่
ประเด็นที่ต้องเดินหน้า ได้แก่
- ขยายผลธุรกิจนวัตกรรมให้เติบโตเชิงพาณิชย์
- ผลักดัน R&D ไปสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
- พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ Deep Tech
- สร้างแพลตฟอร์มแรงงานอนาคต หรือ Future Workforce Platform
- ส่งเสริมสตาร์ทอัพและระบบนิเวศนวัตกรรม
- ช่วยอุตสาหกรรมและแรงงานเดิมรับมือ Disruption
- เร่งพัฒนาฐานความรู้และกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ปั้นย่านนวัตกรรม ต่อยอดเชิงพาณิชย์
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมให้เกิดผล ต้องมี “พื้นที่” ที่เปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการนำงานวิจัยไปต่อยอดเป็นธุรกิจจริง
รัฐบาลจึงจะเร่งส่งเสริมแนวคิดนวัตกรรมแบบเปิด หรือ Open Innovation ในองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมผลักดันวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง หรือ Citizen Science เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ในแต่ละพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนานวัตกรรม
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การผลักดัน “ย่านนวัตกรรม” หรือ Startup Town ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย อุทยานวิทยาศาสตร์ และเครือข่ายนักลงทุน ให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างธุรกิจนวัตกรรม
แนวทางดังกล่าวสะท้อนทิศทางของกระทรวง อว. ที่ต้องการเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ไม่ใช่เพียงงานวิจัยหรือโครงการต้นแบบ แต่ต้องต่อยอดสู่การลงทุน การจ้างงาน และรายได้เชิงพาณิชย์ในระยะยาว







