
เจาะตลาดส่งออกไทย สหรัฐ-อียู-อาเซียนโตแรงหนุน มิ.ย. พุ่ง 20.8%
สนค. เผยตลาดส่งออกหลักของไทยยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยสหรัฐฯ ขยายตัว 44.3% อาเซียน 40.5% อียู 22.3% หนุนส่งออกเดือนมิถุนายนโต 20.8% แม้บางตลาดอย่าง CLMV และตะวันออกกลางยังหดตัว
KEY
POINTS
- การส่งออกไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัวสูงถึง 20.8% คิดเป็นมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ตลาดหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ สหรัฐอเมริกา (+44.3%) สหภาพยุโรป (+22.3%) และอาเซียน (+40.5%)
- ปัจจัยหนุนมาจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการค้า
- ขณะที่ตลาดสำคัญบางแห่ง เช่น CLMV และตะวันออกกลาง ยังคงเผชิญภาวะหดตัว
ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเดือนมิถุนายน 2569 หลังการส่งออกขยายตัว 20.8% โดยมีสหรัฐฯ อาเซียน และสหภาพยุโรปเป็นตลาดหลักที่เติบโตโดดเด่นจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการเร่งสั่งซื้อ ขณะที่บางตลาด เช่น CLMV และตะวันออกกลาง ยังคงเผชิญภาวะหดตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า แถลงการส่งออกของไทย ในเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 1,121,958 ล้านบาท ขยายตัว 20.8% ด้านการนำเข้า มีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 50.3% ดุลการค้าขาดดุล 6,534.7 ล้านดอลลาร์
ด้านภาพรวมการส่งออก 6 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.6% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 38.0% ดุลการค้า ขาดดุล 31,744 ล้านดอลลาร์
สำหรับตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยมีสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ประกอบกับการเร่งสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11
โดยปริมาณผลผลิตขยายตัวในประเทศคู่ค้าสำคัญทั้งจีน สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร แม้อัตราการขยายตัวของผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่จะเริ่มชะลอลง ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ
ตลาดหลัก ขยายตัว 25.5% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ 44.3% จีน 4.9% ญี่ปุ่น 22% สหภาพยุโรป (27) 22.3% และอาเซียน (5) 40.5% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 5.6%
ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 15.9 โดยขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย 32.7% ทวีปแอฟริกา 9.9% ลาตินอเมริกา 50.7% รัสเซียและกลุ่ม CIS 5.1% และสหราชอาณาจักร 15.6% ขณะที่หดตัวในตลาดเอเชียใต้ 6.3% และตลาดตะวันออกกลาง 6.9%
ตลาดอื่น ๆ หดตัว 59.9% ตลาดสหรัฐอเมริกา ขยายตัว 44.3% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 41.1%
ตลาดจีน ขยายตัว 4.9% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเม็ดพลาสติก ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 8.1%
ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัว 22.7% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 12.9%
ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 22.3 สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้
6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 20%
ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัว 40.5% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 29.6%
ตลาด CLMV หดตัว 5.6% สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องดื่ม และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 หดตัว 9.3%
ตลาดเอเชียใต้ หดตัว 6.3% สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 12.1%
ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 32.7% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเม็ดพลาสติก สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 40.8%
ตลาดตะวันออกกลาง (15) หดตัว 6.9% สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 หดตัว 6.7%
ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัว 9.9% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 5.9%
ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัว 50.7% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น แผงวงจรไฟฟ้า รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 26.8%
ตลาดรัสเซียและกลุ่ม CIS ขยายตัว 5.1% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 หดตัว 12.3%
ตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัว 15.6% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และไก่แปรรูป ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 13.5%
สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดว่าการส่งออกจะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากการเร่งนำเข้าจะเริ่มแผ่วลง นอกจากนี้ได้มีการประเมินฉากทัศน์การส่งออกทั้งปีไว้ 3 กรณี คือ 5% กรณีฐาน/ระมัดระวัง 8% และ 11% กรณีดีที่สุดหากเดือน ก.ค.-ส.ค. ยังโตเลขสองหลักต่อเนื่อง





