thansettakij
thansettakij
'ดร.เดชา' เปิด 4 ทางรอด SME ไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ปลดล็อกทุน-ดัน AI

'ดร.เดชา' เปิด 4 ทางรอด SME ไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ปลดล็อกทุน-ดัน AI

23 ก.ค. 69 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 04:01 น.

"ดร.เดชา" ชี้ SME ไทยกว่า 3.2 ล้านรายกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต เปิด 4 มาตรการเร่งด่วน ปลดล็อกแหล่งทุน ใช้ Data Credit Scoring ดัน AI ลดกฎระเบียบ และเปลี่ยนกติกาสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาส

KEY

POINTS

  • เสนอให้ปฏิรูปการให้สินเชื่อโดยใช้ข้อมูลทางเลือก (Data Credit) เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้ แทนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งทุน
  • ผลักดันให้ภาครัฐสร้างศูนย์บริการเทคโนโลยี (Infrastructure Shared Service) เพื่อให้ SME สามารถเช่าใช้ AI และ Cloud ได้ในราคาถูก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • เปลี่ยนอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางธุรกิจผ่านสินเชื่อสีเขียว และใช้กฎหมายอำนวยความสะดวกเพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

วันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) โพสต์ทูเดย์ จัดงาน THAILAND SMART SME 2026 : Unlock Financial Trap "ปลดล็อคกับดักเงินทุน SME สู่ความยั่งยืน" ณ True Digital Park ซึ่งภายในงาน ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ได้ปาฐกหัวข้อ มาตรการสนับสนุนผลักด้น S SME เร่งด่วน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย

SME ไทย 3.2 ล้านราย เจอวิกฤตซ้อนวิกฤต

ดร.เดชา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญกับสภาวะ Poly-crisisหรือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความอยู่รอดของ SME กว่า 3.2 ล้านรายที่เป็นแกนหลักของเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ SME คือแกนหลักของประเทศ โดยมีผู้ประกอบการกว่า 3.2 ล้านราย เกิดการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน และสร้าง GDP ให้ประเทศไม่น้อยกว่า 35% หาก SME ล้ม เศรษฐกิจไทยจะล้มตาม แต่ถ้า SME เข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยก็จะมั่นคง

เปิด 4 กับดักรั้ง SME

จากข้อมูลจากปัญหาที่เกิดขึ้นสิ่งสำคัญที่ทำให้ SME ติดหล่ม 4 ด้านประกอบด้วย

  1. การเข้าถึงแหล่งทุน SME เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เพียง 32% เนื่องจากเงื่อนไขหลักประกันที่เข้มงวด 
  2. ความพร้อมเทคโนโลยี ขาดงบประมาณและทักษะในการปรับตัวสู่อุตสาหกรรม 5.0
  3. กติกาโลกใหม่ (Green Barrier) มาตรฐานสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM และ EUDR ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นทุนมากกว่าโอกาส 
  4. อุปสรรคทางกฎหมาย ขั้นตอนการขออนุญาตที่ซับซ้อนและล่าช้า

 

ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธาน กรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

 

ผ่าทางรอดชู Data Credit แทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ดร.เดชา กล่าวเพิ่มว่า สำหรับแนวทางแก้ไขที่ต้องทลายข้อจำกัดทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่

1. ปฏิรูปสินเชื่อ SME D Bank เตรียมผลักดันการใช้ Data Credit Scoring และ Alternative Data เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนการใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างค้ำประกัน 

2. Infrastructure Shared Service เสนอให้รัฐสร้างศูนย์บริการเทคโนโลยีในนิคมอุตสาหกรรม ให้ SME เช่าใช้ AI หรือ Cloud ในราคาถูก รวมถึงการออกคูปองดิจิทัลเพื่อการผลิต 

3. Green Opportunity เปลี่ยนเกณฑ์สิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสผ่านสินเชื่อความยั่งยืน และมาตรการ Supply Chain Re-engineering โดยให้บริษัทใหญ่เป็นพี่เลี้ยง พา SME เข้าสู่ระบบ Green Industry 

4. การใช้ พรบ.อำนวยความสะดวกปี 2566 เพื่อให้อนุมัติกิจการได้ไวขึ้น (Auto-approval หากเกินกำหนดเวลา), ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร และใช้ใบอนุญาตใบเดียว

 

ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธาน กรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

 

รุกนโยบาย "One Mind" ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4 เสาหลัก

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีการประกาศเจตนารมณ์โดยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย "One Mind ผ่าน 4 เสาหลัก ไดเแก่

  • People Engagement เปลี่ยนบทบาทจาก ผู้คุมกฎเป็นผู้สนับสนุน พร้อมสายด่วน 1564 รับเรื่องร้องเรียน 24 ชั่วโมง 
  • Institution ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Digital, EV, AI) และดึง SME เข้าสู่ Global Supply Chain
  • Legal Reform ปรับปรุงกฎหมายอำนวยความสะดวก ตั้งเป้าอนุมัติใบอนุญาตภายใน 30 วัน หากเกินเวลาให้ถือว่าอนุมัติทันที 
  • มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Industry) ปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมแล้วกว่า 58,000 แห่งทั่วประเทศ 

"ทุกวิกฤตมาพร้อมโอกาส ผู้ที่เข้มแข็งไม่ใช่ผู้ที่ทำได้ดีในยามสงบ แต่คือผู้ที่ปรับตัวและลุกขึ้นได้ไวที่สุด กระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขอให้ทุกภาคส่วนรวมพลังเป็น "One Mind" เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" ดร.เดชา กล่าวทิ้งท้ายว่า