
'ดร.เดชา' เปิด 4 ทางรอด SME ไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ปลดล็อกทุน-ดัน AI
"ดร.เดชา" ชี้ SME ไทยกว่า 3.2 ล้านรายกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต เปิด 4 มาตรการเร่งด่วน ปลดล็อกแหล่งทุน ใช้ Data Credit Scoring ดัน AI ลดกฎระเบียบ และเปลี่ยนกติกาสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาส
KEY
POINTS
- เสนอให้ปฏิรูปการให้สินเชื่อโดยใช้ข้อมูลทางเลือก (Data Credit) เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้ แทนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งทุน
- ผลักดันให้ภาครัฐสร้างศูนย์บริการเทคโนโลยี (Infrastructure Shared Service) เพื่อให้ SME สามารถเช่าใช้ AI และ Cloud ได้ในราคาถูก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- เปลี่ยนอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางธุรกิจผ่านสินเชื่อสีเขียว และใช้กฎหมายอำนวยความสะดวกเพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
วันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) โพสต์ทูเดย์ จัดงาน THAILAND SMART SME 2026 : Unlock Financial Trap "ปลดล็อคกับดักเงินทุน SME สู่ความยั่งยืน" ณ True Digital Park ซึ่งภายในงาน ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ได้ปาฐกหัวข้อ มาตรการสนับสนุนผลักด้น S SME เร่งด่วน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย
SME ไทย 3.2 ล้านราย เจอวิกฤตซ้อนวิกฤต
ดร.เดชา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญกับสภาวะ Poly-crisisหรือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความอยู่รอดของ SME กว่า 3.2 ล้านรายที่เป็นแกนหลักของเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ SME คือแกนหลักของประเทศ โดยมีผู้ประกอบการกว่า 3.2 ล้านราย เกิดการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน และสร้าง GDP ให้ประเทศไม่น้อยกว่า 35% หาก SME ล้ม เศรษฐกิจไทยจะล้มตาม แต่ถ้า SME เข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยก็จะมั่นคง
เปิด 4 กับดักรั้ง SME
จากข้อมูลจากปัญหาที่เกิดขึ้นสิ่งสำคัญที่ทำให้ SME ติดหล่ม 4 ด้านประกอบด้วย
- การเข้าถึงแหล่งทุน SME เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เพียง 32% เนื่องจากเงื่อนไขหลักประกันที่เข้มงวด
- ความพร้อมเทคโนโลยี ขาดงบประมาณและทักษะในการปรับตัวสู่อุตสาหกรรม 5.0
- กติกาโลกใหม่ (Green Barrier) มาตรฐานสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM และ EUDR ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นทุนมากกว่าโอกาส
- อุปสรรคทางกฎหมาย ขั้นตอนการขออนุญาตที่ซับซ้อนและล่าช้า
ผ่าทางรอดชู Data Credit แทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ดร.เดชา กล่าวเพิ่มว่า สำหรับแนวทางแก้ไขที่ต้องทลายข้อจำกัดทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่
1. ปฏิรูปสินเชื่อ SME D Bank เตรียมผลักดันการใช้ Data Credit Scoring และ Alternative Data เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนการใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างค้ำประกัน
2. Infrastructure Shared Service เสนอให้รัฐสร้างศูนย์บริการเทคโนโลยีในนิคมอุตสาหกรรม ให้ SME เช่าใช้ AI หรือ Cloud ในราคาถูก รวมถึงการออกคูปองดิจิทัลเพื่อการผลิต
3. Green Opportunity เปลี่ยนเกณฑ์สิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสผ่านสินเชื่อความยั่งยืน และมาตรการ Supply Chain Re-engineering โดยให้บริษัทใหญ่เป็นพี่เลี้ยง พา SME เข้าสู่ระบบ Green Industry
4. การใช้ พรบ.อำนวยความสะดวกปี 2566 เพื่อให้อนุมัติกิจการได้ไวขึ้น (Auto-approval หากเกินกำหนดเวลา), ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร และใช้ใบอนุญาตใบเดียว
รุกนโยบาย "One Mind" ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4 เสาหลัก
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีการประกาศเจตนารมณ์โดยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย "One Mind ผ่าน 4 เสาหลัก ไดเแก่
- People Engagement เปลี่ยนบทบาทจาก ผู้คุมกฎเป็นผู้สนับสนุน พร้อมสายด่วน 1564 รับเรื่องร้องเรียน 24 ชั่วโมง
- Institution ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Digital, EV, AI) และดึง SME เข้าสู่ Global Supply Chain
- Legal Reform ปรับปรุงกฎหมายอำนวยความสะดวก ตั้งเป้าอนุมัติใบอนุญาตภายใน 30 วัน หากเกินเวลาให้ถือว่าอนุมัติทันที
- มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Industry) ปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมแล้วกว่า 58,000 แห่งทั่วประเทศ
"ทุกวิกฤตมาพร้อมโอกาส ผู้ที่เข้มแข็งไม่ใช่ผู้ที่ทำได้ดีในยามสงบ แต่คือผู้ที่ปรับตัวและลุกขึ้นได้ไวที่สุด กระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขอให้ทุกภาคส่วนรวมพลังเป็น "One Mind" เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" ดร.เดชา กล่าวทิ้งท้ายว่า





