
มท.เร่งแก้ปัญหาเกาะลันตา ดันไมโครกริด-ปราบนอมินี ยกระดับท่องเที่ยวกระบี่
รมช.มหาดไทย สั่งเร่งแก้ปัญหาไฟฟ้าและประปาบนเกาะฮั่ง-เกาะปอ ผ่านโครงการไมโครกริด พร้อมเดินหน้าตรวจสอบที่ดินและธุรกิจนอมินีในกระบี่ พบ 31 บริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินีชัดเจน ควบคู่ยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการและเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหนุนเศรษฐกิจจังหวัด
KEY
POINTS
- เร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าบนเกาะใน อ.เกาะลันตา โดยจะดำเนินโครงการไมโครกริด (โซลาร์ฟาร์มขนาดเล็ก) เพื่อให้ทุกครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี
- สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการถือครองที่ดินและธุรกิจนอมินีของชาวต่างชาติใน จ.กระบี่ หลังพบกว่า 1,000 รายเข้าข่ายต้องสงสัย และยืนยันแล้ว 31 บริษัท
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ควบคู่กันไป ทั้งการปรับปรุงระบบประปา ก่อสร้างท่าเรือ และจัดระเบียบโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและส่งเสริมการท่องเที่ยว
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าหลายประเด็นสำคัญ ทั้งการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การพัฒนาจังหวัด การยกระดับรายได้ประชาชน รวมถึงการเร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการจัดระเบียบการลงทุนในพื้นที่
เร่งสร้างไมโครกริด แก้ปัญหาไฟฟ้าบนเกาะ
นายพลพีร์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าบนเกาะฮั่งและเกาะปอ อำเภอเกาะลันตา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเร่งของบประมาณดำเนินโครงการไมโครกริด หรือโซลาร์ฟาร์มขนาดเล็ก กำลังผลิตประมาณ 300 กิโลวัตต์ และ 150 กิโลวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของทุกครัวเรือนบนทั้งสองเกาะ
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี พร้อมกำชับให้ กฟภ. ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกเดือนตั้งแต่เริ่มโครงการจนแล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับรู้ความคืบหน้า
ทั้งนี้ หากในอนาคตชุมชนมีการขยายตัวและความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อาจพิจารณาวางสายเคเบิลใต้น้ำเพื่อเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าจากเกาะใกล้เคียงเข้ามาเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
เร่งปรับปรุงประปา-ท่าเรือ รองรับการเติบโต
ด้านระบบประปา ได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคจัดทำแผนพัฒนาโครงข่ายน้ำประปา เนื่องจากท่อเดิมมีอายุใช้งานกว่า 20-30 ปี และได้รับผลกระทบจากไอทะเลจนเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องสำรวจและของบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดและมีแรงดันน้ำเพียงพอ
ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่เตรียมบูรณะท่าเรือและก่อสร้างโป๊ะเรือแห่งใหม่บริเวณเกาะปู เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว
สั่งตรวจสอบที่ดิน-ปราบนอมินีต่างชาติ
สำหรับปัญหาการถือครองที่ดิน ได้สั่งการให้กรมที่ดินลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่ชาวต่างชาติหรือกลุ่มนอมินีถือครองที่ดินอย่างถูกต้องตามเอกสารสิทธิ์ ขณะที่ประชาชนท้องถิ่นซึ่งอาศัยและทำกินมาหลายชั่วอายุคนกลับไม่มีเอกสารสิทธิ์
พร้อมกำชับให้ตรวจสอบขั้นตอนการออกเอกสารสิทธิ์อย่างละเอียด หากพบความผิดปกติให้สอบสวนผู้เกี่ยวข้อง และหากพบเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตจะดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ในส่วนของการตรวจสอบธุรกิจนอมินี พบว่ามีนิติบุคคลในจังหวัดกระบี่เข้าข่ายต้องสงสัยกว่า 1,000 ราย ในจำนวนนี้มี 133 รายอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และมี 31 บริษัทที่ตรวจพบว่าเป็นนอมินีอย่างชัดเจน
กระทรวงมหาดไทยจึงบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมที่ดิน กรมการปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของชาวต่างชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
ยกระดับโรงแรมผิดกฎหมาย ป้องกันอาชญากรรม
นายพลพีร์ กล่าวว่า การจัดระเบียบสถานประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่ได้มีเป้าหมายกระทบการลงทุนหรือการท่องเที่ยว แต่ต้องการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ทั้งโครงสร้างอาคารและระบบหนีไฟ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวและประชาชน
รัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง แต่หากสถานประกอบการใดไม่ได้มาตรฐานและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จะถูกสั่งปิดถาวรตามกฎหมาย พร้อมมองว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังยังช่วยป้องกันไม่ให้โรงแรมผิดกฎหมายกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรรมข้ามชาติ
ส่วนนโยบายฟรีวีซา แม้มีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน แต่ก็อาจเปิดช่องให้ผู้กระทำผิดกฎหมายแฝงตัวเข้ามาในประเทศ ดังนั้น การปรับมาตรการในอนาคตจะต้องพิจารณาร่วมกันในคณะรัฐมนตรี โดยคำนึงถึงความมั่นคงและผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ดันโครงสร้างพื้นฐาน หนุนเศรษฐกิจกระบี่
นายพลพีร์ ระบุว่า จังหวัดกระบี่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยเฉพาะการสร้างรายได้ของกลุ่มอาชีพสตรีและเศรษฐกิจชุมชน อีกทั้งยังมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานวงเงิน 1,800 ล้านบาท และโครงการถนนเลี่ยงเมืองมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาจะต้องดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หลังพบปัญหาการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับมอบหมายให้เร่งสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
ด้านนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน การขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ และโครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถสร้างยอดขายได้ 1.18 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังผลักดันการท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี จำนวน 47 ชุมชน รณรงค์การสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน สนับสนุนมาตรการลดภาระค่าสาธารณูปโภค รวมถึงการบูรณาการปราบปรามยาเสพติด จัดระเบียบสังคม ป้องกันบ่อนการพนัน พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ และเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอย่างต่อเนื่อง







