thansettakij
thansettakij
เอกนิติยันพิสูจน์ได้ว่าถูกหลอกเป็นกรรมการ-ถือหุ้นบริษัท พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เอกนิติยันพิสูจน์ได้ว่าถูกหลอกเป็นกรรมการ-ถือหุ้นบริษัท พร้อมคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

25 ก.ค. 69 | 08:14 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ค. 69 | 08:14 น.

เอกนิติแจงคนหลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่เพราะเกณฑ์ ชี้ปัญหาอยู่ที่ข้อมูลรัฐ ยันพิสูจน์ได้ว่าถูกหลอกเป็นกรรมการ-ถือหุ้นบริษัทพร้อมคืนสิทธิให้

KEY

POINTS

  • เอกนิติยืนยันว่าผู้ที่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะถูกหลอกใช้ชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นบริษัท หากพิสูจน์ได้จะได้รับความช่วยเหลือและคืนสิทธิให้
  • สาเหตุของปัญหาการตัดสิทธิไม่ได้มาจากหลักเกณฑ์การคัดกรอง แต่เกิดจากข้อมูลของภาครัฐที่ไม่อัปเดตและไม่สมบูรณ์
  • การลงทะเบียนและคัดกรองผู้รับสิทธิใหม่ในรอบ 5 ปี มีข้อดีคือช่วยให้ผู้ที่ถูกหลอกลวงได้รู้ตัวและดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

นายเอกนิติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการลงทะเบียนและการคัดเลือกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ประเทศไทยไม่ได้มีการปรับปรุงข้อมูลของผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากว่า 5 ปี 

และการอัปเดทข้อมูลครั้งนี้ เพราะต้องการที่จะช่วยคนที่จนจริงๆ ให้สามารถเข้าสู่ระบบสวัสดิการ โดยการคัดกรองครั้งนี้สามารถนำคนใหม่เข้ามาได้ 2.3 ล้านคน แต่คนที่เคยมีสิทธิแต่หายไป หรือคนที่อาจจะไม่ได้รับสิทธินั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ในการคัดกรองแต่ปัญหาอยู่ที่ข้อมูลของภาครัฐในบางส่วนที่อาจจะไม่ได้อัปเดทเท่าที่ควร และข้อดีของการคัดกรองครั้งนี้ ยังช่วยให้คนที่ถูกหลอกเอาชื่อไปใช้เป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการบริษัท ได้รู้ตัวและมีการแก้ไข

“มองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ แต่อยู่ที่ข้อมูล ที่อาจจะไม่สมบูรณ์ หรือไม่ได้อัปเดทเท่าที่ควร ทั้งในส่วนของการถือสินทรัพย์ของผู้ขอรับสิทธิและอื่นๆ แต่ถ้าคิดอีกอย่าง หากไม่มีการสำรวจใหม่ ก็จะไม่ทราบว่าข้อมูลของประเทศเป็นอย่างไร และไม่ได้มีการแก้ไข คนที่ถูกหลอกให้จดทะเบียนหรืออื่นๆ อาจจะมากกว่านี้ ซึ่งเห็นคนไปแจ้งความจำนวนมาก กรณีนี้หากพิสูจน์ได้ว่า ถูกหลอกจะต้องช่วยเหลือและคืนสิทธิให้”

 

การสำรวจผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ครั้งนี้ ยังช่วยให้เห็นข้อมูลด้วยว่า จากคนที่ได้รับสิทธิกว่า 9 ล้านคน มีคนที่อยู่ในวัยทำงานคือ 20-60 ปีมากกว่า 5 ล้านคน จุดนี้้ต้องได้รับการแก้ไข จะให้คนมีเงินไม่ถึง 100,000 บาทต่อปึต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ รัฐบาลจะต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ออกมาตรการในการจัดหางาน หรือเพิ่มทักษะแรงงานให้คนเหล่านี้สามารถที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป

หลังจากการสำรวจและลงทะเบียนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ในครั้งนี้สิทธิจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงไม่ได้มีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณ แต่ต้องการที่จะช่วยคนที่ไม่มีอะไรเลยให้ได้ตรงกลุ่ม ตรงจุดจริงๆ เพราะหากพิจารณาจากงบประมาณปีหนึ่งใช้กวา 70,000 ล้านบาทอยู่แล้ว โดย 5 ปีที่ผ่านมาก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย 

แต่นอกจากนั้นในส่วนของคนที่ไม่ได้บัตรสวัสดิการไม่ได้ว่าจะไม่ช่วย เพราะมีความช่วยเหลือให้กับกลุ่มอื่นๆ ทั้ง เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และอื่นๆ เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว