thansettakij
thansettakij
หอการค้า ชี้ภาษีสหรัฐ 12.5% ไม่เสียเปรียบคู่แข่ง ดันกฎหมายแรงงาน-ปิดดีล ART

หอการค้า ชี้ภาษีสหรัฐ 12.5% ไม่เสียเปรียบคู่แข่ง ดันกฎหมายแรงงาน-ปิดดีล ART

24 ก.ค. 69 | 04:41 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 04:41 น.

'ดร.พจน์' ปธ.หอการค้าไทย ชี้ไทยยังแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ แม้ถูกเก็บภาษี 12.5% ดันกฎหมายแรงงาน เร่งปิดดีลข้อตกลง ART จับตามาตรการ Excess Capacity

KEY

POINTS

  • หอการค้าไทยชี้ว่ามาตรการภาษี 12.5% ของสหรัฐฯ ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากประเทศคู่แข่งส่วนใหญ่เผชิญอัตราภาษีในระดับเดียวกัน
  • เสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดันกฎหมายและยกระดับมาตรฐานแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแก้ข้อกังวลของสหรัฐฯ ในประเด็นแรงงานบังคับ
  • เรียกร้องให้เร่งเจรจาสรุปข้อตกลงต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade - ART) กับสหรัฐฯ เพื่อรับมือมาตรการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ ประเมินมาตรการภาษีมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากไทย 12.5% ยังไม่กระทบขีดความสามารถในการแข่งขันมากนัก เนื่องจากประเทศคู่แข่งส่วนใหญ่ได้รับอัตราภาษีในระดับใกล้เคียงกัน พร้อมแนะรัฐเร่งยกระดับมาตรฐานแรงงานและเดินหน้าเจรจาการค้า เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันในระยะยาว

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 กับประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ว่า แม้อัตราภาษีที่ไทยได้รับจะอยู่ที่ 12.5% แต่ประเทศคู่แข่งส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ทำให้ภาพรวมของการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ จึงไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวล และไทยยังสามารถแข่งขันได้ 

ขณะที่ ประเทศที่ได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าไทย เช่น 10% มีน้อยประเทศ ซึ่งอาจมีความได้เปรียบบ้าง แต่ส่วนต่างไม่ได้กว้างเหมือนมาตรการในรอบที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญในครั้งนี้ คือ เรื่องแรงงานบังคับ (Forced Labor) และกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) โดยในส่วนของประเทศไทย ภาคเอกชนเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาแรงงานบังคับเชิงระบบมานานแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องเร่งผลักดันกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องให้มีผลบังคับใช้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันได้ทัดเทียมกับประเทศที่ได้รับการยกเว้นในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือมาตรการเกี่ยวกับ Excess Capacity Products ซึ่งสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม และอาจส่งผลต่อสินค้าบางกลุ่มในระยะต่อไป ซึ่งต้องเร่งสรุปข้อตกลงต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade -ART) เพื่อปรับสมดุลการค้ากับสหรัฐตามที่ เตรียมการไว้

"สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมข้อมูลและกำหนดท่าทีในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงเร่งผลักดันความตกลงทางการค้าที่จะช่วยลดอุปสรรคและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว"

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ดร.พจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หอการค้าไทยพร้อมเป็นตัวแทนภาคเอกชนในการรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ และผลกระทบจากผู้ประกอบการ ซึ่งปัจจุบันได้มีการสนับสนุนข้อมูลให้กระทรวงพาณิชย์ โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ทำบทสรุปและสำรวจ และได้นำเสนอเพื่อประกอบการเจรจา เราพร้อมสนับสนุนให้การดำเนินการของไทยเป็นไปอย่างรอบคอบ สร้างสมดุลระหว่างการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าระหว่างประเทศ 

"ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้เร่งยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และการเจรจาความตกลงการค้า เพื่อเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว" ดร.พจน์ กล่าว