thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ เร่งกู้สิทธิ์ ‘บัตรคนจน’ ยืดอุทธรณ์ แก้ปมรถเก่า-นอมินี

‘เอกนิติ’ เร่งกู้สิทธิ์ ‘บัตรคนจน’ ยืดอุทธรณ์ แก้ปมรถเก่า-นอมินี

21 ก.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 05:01 น.

‘เอกนิติ’ พร้อมดูแลคนเดือดร้อนจริง เร่งกู้สิทธิ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ขยายเวลาอุทธรณ์ แก้ปมรถเก่า-นอมินี ถูกสวมชื่อโผล่ถือหุ้น

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตรียมเสนอขยายเวลาการอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ในระดับอำเภอเพื่อช่วยเหลือประชาชน
  • เร่งแก้ไขหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิจากข้อมูลการถือครองรถยนต์เก่าที่ไม่มีมูลค่าหรือไม่สามารถใช้งานได้จริง
  • ตรวจสอบปัญหาประชาชนถูกสวมรอยเป็น "นอมินี" ในการจดทะเบียนบริษัทหรือถือหุ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ถูกตัดสิทธิอย่างไม่เป็นธรรม

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ พร้อมจับมือกระทรวงมหาดไทยตั้งศูนย์ One Stop Service ระดับอำเภอ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและช่วยเหลือประชาชนในการทบทวนสิทธิ ขณะที่การลงทะเบียนรอบใหม่สามารถดึงประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าสู่ระบบได้เพิ่มอีกกว่า 2.3 ล้านคน หลังเว้นการเปิดรับรายใหม่มานานกว่า 4-5 ปี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า แม้ในช่วงเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ยังติดตามความคืบหน้าการทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ

นายเอกนิติ กล่าวว่า เป้าหมายของการทบทวนสิทธิครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสิทธิประชาชน แต่เป็นการทำให้เม็ดเงินช่วยเหลือของภาครัฐเข้าถึงผู้ที่มีความเดือดร้อนจริง พร้อมทั้งคัดกรองผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ออกจากระบบ เพื่อให้การใช้งบประมาณด้านสวัสดิการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

"ที่ผ่านมาไม่ได้มีการเปิดรับผู้มีสิทธิรายใหม่มานาน 4-5 ปี การทบทวนครั้งนี้จึงมีความสำคัญ เพราะทำให้เราสามารถนำคนที่เดือดร้อนจริงเข้ามาอยู่ในระบบได้อีกกว่า 2.3 ล้านคน ขณะเดียวกันก็ต้องคัดกรองผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงออกจากระบบ หลังมีข้อร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง" นายเอกนิติ กล่าว

ยืดเวลาอุทธรณ์ ตั้งศูนย์ One Stop Service รับเรื่อง

นายเอกนิติ กล่าวว่า แม้การคัดกรองจะอาศัยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากหลายหน่วยงาน แต่ยอมรับว่าข้อมูลบางส่วนยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของประชาชน ส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยบางรายอาจไม่ได้รับสิทธิ ทั้งที่ยังมีความเดือดร้อน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังจึงได้ประสานกระทรวงมหาดไทยจัดตั้ง ศูนย์ One Stop Serviceในระดับอำเภอ เพื่อเป็นจุดรับเรื่องทบทวนสิทธิ ช่วยประชาชนตรวจสอบข้อมูล และเตรียมเอกสารประกอบการอุทธรณ์ ก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและนำหลักฐานมายืนยันสิทธิได้อย่างทั่วถึง

ปรับเกณฑ์ถือครองรถ แก้ปมรถเก่าทำคนจนหลุดสิทธิ

นายเอกนิติ กล่าวว่า อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขคือหลักเกณฑ์การพิจารณาการถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งพบว่าหลายกรณีเป็นรถเก่า รถที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือยังมีชื่ออยู่ในระบบ แม้เจ้าของไม่ได้มีฐานะดีตามข้อมูลที่ปรากฏ ส่งผลให้ไม่ผ่านเกณฑ์การได้รับสิทธิ

กระทรวงการคลังจึงได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานมาก มูลค่าต่ำ หรือไม่ได้อยู่ในสภาพใช้งาน ซึ่งไม่ควรเป็นเหตุให้คนจนจริงถูกตัดสิทธิ

ลุยตรวจสอบขบวนการสวมชื่อชาวบ้าน ถือหุ้น-ตั้งบริษัท

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังยังตรวจพบปัญหาประชาชนบางส่วนถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่รู้ตัว ทั้งการจดทะเบียนบริษัท การถือหุ้น การเป็นกรรมการบริษัท หรือการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับขบวนการนอมินีและธุรกิจสีเทา ส่งผลให้ระบบประเมินว่าบุคคลดังกล่าวมีฐานะหรือรายได้เกินเกณฑ์ จนไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

"ความจริงเริ่มปรากฏออกมาทั้งหมดแล้ว หลังจากเราดูแลกลุ่มคนที่เดือดร้อนให้เรียบร้อย จะต้องไปจัดการกับกลุ่มที่หลอกลวงชาวบ้าน นำชื่อเขาไปใช้จนทำให้เดือดร้อนด้วย" นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ ย้ำว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือดูแลผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล โดยปัจจุบันรัฐยังมีสวัสดิการอีกกว่า 72 ประเภท ที่ครอบคลุมประชาชนแต่ละกลุ่ม ดังนั้น การทบทวนสิทธิครั้งนี้จะไม่กระทบต่อสวัสดิการอื่นที่ประชาชนได้รับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ หรือสิทธิเรียนฟรี ซึ่งยังคงได้รับตามปกติ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำข้อเสนอทั้งการขยายระยะเวลาอุทธรณ์และการปรับปรุงหลักเกณฑ์บางประการเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 มีความเป็นธรรม สะท้อนข้อเท็จจริง และทำให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐตกถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง