thansettakij
thansettakij
แห่ทบทวนสิทธิ ‘บัตรคนจน’ 2.76 ล้านคน ติดเกณฑ์ ‘มีรถ-หนี้เกินแสน‘ มากสุด

แห่ทบทวนสิทธิ ‘บัตรคนจน’ 2.76 ล้านคน ติดเกณฑ์ ‘มีรถ-หนี้เกินแสน‘ มากสุด

19 ก.ค. 69 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 69 | 04:27 น.

คลังเผย 2 วัน ประชาชนทบทวนสิทธิ ‘บัตรคนจน’ แล้ว 2.76 ล้านคน ติดเกณฑ์ ‘มีรถ-หนี้เกินแสน‘ มากสุด ชี้เปิดอุทธรณ์ถึงสิ้นเดือนก.ค.

KEY

POINTS

  • มีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว 2.76 ล้านคน จากผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดกว่า 9.3 ล้านคน
  • สาเหตุหลักที่ไม่ผ่านคุณสมบัติคือการมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินเกณฑ์ และมีวงเงินสินเชื่อรวมเกิน 100,000 บาท
  • ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569 และจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 ก.ย. 2569

กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สำหรับการทบทวนสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งแต่ วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2569 พบว่า จากผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นจำนวน 9,314,253 ราย มีประชาชนทยอยยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว 2,760,900 ราย หรือคิดเป็น 30% ของผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด และยังมีประชาชนอีก 6,553,353 ราย หรือคิดเป็น 70% ที่ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นขอทบทวนสิทธิ

ทั้งนี้ สาเหตุที่ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติยื่นทบทวนสิทธิเข้ามา พบว่า อันดับหนึ่งมาจากการมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 1,457,796 ราย คิดเป็น 41% ของผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบทั้งหมด

รองลงมา คือ ผู้ที่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และทุกบัญชีเกิน 100,000 บาท จำนวน 686,385 ราย หรือคิดเป็น 19% ขณะที่ผู้ที่ไม่เข้าข่ายเป็นผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการมีจำนวน 577,486 ราย หรือ 16%

นอกจากนี้ ยังพบผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จากการมีรายได้หรือยอดการจ่ายให้บุคคลอื่นเกิน 100,000 บาทต่อปี จำนวน 424,187 ราย คิดเป็น 12%

จำนวนผู้ทบทวนสิทธิ : แบ่งตามคุณสมบัติที่ไม่ผ่าน

ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินหลักเกณฑ์ 261,293 ราย หรือ 7% ผู้ที่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากและสลากออมทรัพย์เกิน 100,000 บาท จำนวน 135,168 ราย หรือ 4%

ส่วนผู้ที่มีบัญชีบัตรเครดิต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่ใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติ มีจำนวน 46,628 ราย คิดเป็น 1% และมีผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสถานะบุคคลเพียง 3 ราย

ออนไลน์ครองสัดส่วนยื่นทบทวนสิทธิ

สำหรับช่องทางการยื่นขอทบทวนสิทธิในช่วงวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2569 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เลือกใช้ช่องทางดิจิทัล โดยเว็บไซต์สำหรับประชาชนได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้ยื่นคำขอจำนวน 1,563,511 ราย หรือคิดเป็น 57% ของผู้ยื่นทบทวนสิทธิทั้งหมด

รองลงมาเป็นแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" จำนวน 677,501 ราย คิดเป็น 25% และแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" จำนวน 422,328 ราย หรือ 15%

ส่วนการยื่นผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และหน่วยรับลงทะเบียนที่เกี่ยวข้อง มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 4% ของผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิทั้งหมด

เปิดอุทธรณ์ถึง 31 ก.ค.นี้

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่17 - 31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลักข้างต้น โดยเมื่อยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว จะต้องติดต่อหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง โดยจะมีการประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 กันยายน 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลักข้างต้นเช่นเดิม และจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ไทยช่วยไทยพลัส เยียวยาคนชวดรับสิทธิ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมประมาณ 6 ล้านราย ที่ไม่ผ่านการคัดกรองในรอบนี้ ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 เพื่อไม่ให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวขาดความช่วยเหลือระหว่างรอการทบทวนสิทธิ์ ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงเข้าไปยืนยันตัวตนด้วยเลขประจำตัวประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เริ่มใช้จ่าย 1 สิงหาคม-30 กันยายน 2569