
ไทย-จีน เซ็น MOU 5 ฉบับ ปลดล็อกเทคโนโลยีอนาคต ปั้นอุตสาหกรรมใหม่
ไทย-จีน ลงนาม MOU ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม 5 ฉบับ ครอบคลุมนิวเคลียร์ฟิวชัน ระบบดาวเทียม BeiDou อวกาศห้วงลึก การศึกษา และทุนวิจัย ยกระดับเพิ่มขีดความสามารถประเทศ
KEY
POINTS
- ไทยและจีนลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 5 ฉบับ เพื่อร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มุ่งสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- ความร่วมมือครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ เช่น พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน, การประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมเป่ยโต่ว (BeiDou) ในโลจิสติกส์และเกษตรอัจฉริยะ และการร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์
- มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรด้าน Deep Tech ผ่านทุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยน พร้อมสนับสนุนทุนวิจัยร่วมเพื่อผลักดันผลงานสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ในการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรี ได้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมกับหน่วยงานของจีนรวม 5 ฉบับ
ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยเข้ากับจีนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งพัฒนา "เทคโนโลยียุทธศาสตร์" เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเปิดโอกาสใหม่ให้กับคนไทย
ปูทางสู่นิวเคลียร์ฟิวชัน พัฒนาบุคลากรพลังงานแห่งอนาคต
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ความร่วมมือฉบับแรกกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดแห่งอนาคต โดยจะเปิดโอกาสให้นักวิจัย วิศวกร และนักศึกษาไทยเข้าถึงเครื่องมือวิจัยระดับแนวหน้าของจีน เพื่อพัฒนาทักษะด้านพลังงานขั้นสูง รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมโลก พร้อมวางรากฐานสู่พลังงานสะอาดที่ปลอดภัย ช่วยลดต้นทุนพลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ดัน BeiDou ยกระดับโลจิสติกส์ เกษตรอัจฉริยะ และสตาร์ตอัพ
สำหรับความร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) จะนำระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความแม่นยำด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการบริหารจัดการเส้นทาง สนับสนุนการจัดการภัยพิบัติ และต่อยอดสู่การทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) รวมถึงเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพและผู้ประกอบการไทยพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลจากข้อมูลภูมิสารสนเทศ
เพิ่มทุนการศึกษา ผลิตกำลังคน Deep Tech
นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการจีน เพื่อขยายโอกาสด้านทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษา นักวิจัย และอาจารย์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในสาขา Deep Tech ที่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากร พร้อมยกระดับเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ เพื่อผลิตกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เปิดประตูสู่อุตสาหกรรมอวกาศโลก
อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญคือการทำงานร่วมกับองค์การอวกาศแห่งชาติจีน เปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยร่วมพัฒนาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ (Payload) สำหรับภารกิจยานฉางเอ๋อ-7 เพื่อสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย พร้อมผลักดันภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยสู่มาตรฐานการผลิตระดับ Space-grade และเพิ่มโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศโลก
หนุนทุนวิจัยร่วม ผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน กระทรวง อว. ยังได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) เพื่อสนับสนุนทุนวิจัยร่วมด้านการเกษตร การแพทย์ และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยมุ่งผลักดันให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติให้นักวิจัยและภาคเอกชนไทย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เป้าหมายของความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับ คือการทำให้งานวิจัยและเทคโนโลยีสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ การจ้างงานคุณภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว โดยยืนยันว่า "งานวิจัยและเทคโนโลยีต้องสร้าง Impact และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงงานวิจัยที่อยู่บนหิ้ง"







