
ไทย-จีน ร่วมพัฒนาศึกษาเทคโนโลยี อนุภาคไอออนหนัก รักษามะเร็ง ดันไทยเป็น Medical Hub
สธ. สร้างความร่วมมือ ไทย-จีน ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีรักษามะเร็งด้วย 'อนุภาคไอออนหนัก' ดันไทยเป็น Medical Hub ด้านโรคมะเร็ง
KEY
POINTS
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติไทยและบริษัท CASHIM จากจีน ลงนามความร่วมมือศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคไอออนหนัก
- ความร่วมมือในระยะแรกจะเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษา การพัฒนาบุคลากร และการวิจัยร่วมกัน
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพการรักษาโรคมะเร็งของประเทศ และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub) ด้านมะเร็งในภูมิภาค
17 กรกฎาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนัก ระหว่าง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท ซีเอเอส ไอออน เมดิคอล เทคโนโลยี จำกัด (CASHIM) สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ คณะผู้บริหารบริษัท CASHIM ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม
นายพัฒนา กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือในการศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำกรอบแนวคิดทางเทคนิคสำหรับการพัฒนาศูนย์บำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนักในประเทศไทย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการรักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการประสานความร่วมมือด้านนโยบายและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
ในระยะแรกจะเริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ การจัดตั้งคณะทำงานร่วม และการพัฒนาบุคลากร โดยเป็นกรอบความร่วมมือที่ยังไม่มีผลผูกพันด้านการก่อสร้างหรือการลงทุน ถือเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนักของประเทศไทย
โดยอาศัยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจาก CASHIM ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีประสบการณ์ด้านการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอนุภาคไอออนหนักทางการแพทย์และช่วยยกระดับศักยภาพการรักษาโรคมะเร็งของประเทศ เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ด้านโรคมะเร็งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต







