thansettakij
thansettakij
ตลาดโซลาร์ไทยทะลุกิกะวัตต์ต่อปี ภาคธุรกิจเร่งลดต้นทุนพลังงาน

ตลาดโซลาร์ไทยทะลุกิกะวัตต์ต่อปี ภาคธุรกิจเร่งลดต้นทุนพลังงาน

19 ก.ค. 69 | 02:39 น.

โซลาร์ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมโตแรง รับ BOI ดันลงทุนพลังงานสะอาด SolarEdge ชูระบบอัจฉริยะเพิ่มความปลอดภัย ตอบโจทย์โรงงาน คืนทุนไม่ถึง 5 ปี

KEY

POINTS

  • ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดติดตั้งทะลุระดับกิกะวัตต์ต่อปี
  • การเติบโตได้รับแรงหนุนจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการลดต้นทุนด้านพลังงาน
  • ระยะเวลาคืนทุนสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจลดลงเหลือไม่ถึง 5 ปี ทำให้การลงทุนมีความคุ้มค่ามากขึ้น

นายวีรุจน์ เตชะสุวรรณา ผู้จัดการประเทศไทย บริษัท โซล่าร์เอจ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (Commercial and Industrial : C&I) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพสูง 

ภาครัฐหนุนโซลาร์ C&I โต

อีกทั้งยังได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ โดยมียอดติดตั้งทะลุระดับกิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการไทย เน้นประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทจึงนำเสนอโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบโซลาร์ ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ความปลอดภัยทางไฟฟ้า การปกป้องทางไซเบอร์ และระบบบริการซัพพอร์ตอัจฉริยะ

โดยจะครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง การบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไปจนถึงการกักเก็บและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) ยกตัวอย่างเช่น

ตลาดโซลาร์ไทยทะลุกิกะวัตต์ต่อปี ภาคธุรกิจเร่งลดต้นทุนพลังงาน

 

อินเวอร์เตอร์สามเฟสพร้อมเทคโนโลยี Synergy เพื่อรองรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และPower Optimizer S1500 ซึ่งเป็นอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ให้ประสิทธิภาพสูงถึง 99.5% ด้วยเทคโนโลยี Maximum Power Point Tracking (MPPT) ขั้นสูง

ซึ่งมีการควบคุมให้แผงโซลาร์เซลล์ทำงานแยกอิสระ เช่น 1 ต่อ 1 สำหรับบ้านพักอาศัย และ 2 ต่อ 1 สำหรับสเกล C&I เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงาบัง ฝุ่น คราบสกปรก เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบระบบความปลอดภัยในระดับแผงแบบบิลต์อินในตัว (SafeDCTM) ที่ช่วยลดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ของระบบลงสู่ระดับที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส เมื่ออินเวอร์เตอร์ปิดทำงานหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ติดตั้ง ผู้บำรุงรักษา และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน รวมถึงมีระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน (Rapid Shutdown) ที่เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) 

นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ให้สิทธิประโยชน์สำหรับโครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ควบคู่กับระบบโซลาร์เซลล์ ช่วยลดต้นทุนการลงทุนด้านแบตเตอรี่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาติดตั้งโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานมากขึ้น

สำหรับการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจปัจจุบันนั้น ระยะเวลาคืนทุนลดลงเหลือไม่ถึง 5 ปีโดยประมาณ จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี ดังนั้น สิ่งที่ผู้ลงทุนควรหันมาให้ความสำคัญคือความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน