thansettakij
thansettakij
นิด้าโพลชี้ คนไทย 94% หวั่น ทุนเทา-นอมินี เหตุนโยบายเปิดช่องทุจริต

นิด้าโพลชี้ คนไทย 94% หวั่น ทุนเทา-นอมินี เหตุนโยบายเปิดช่องทุจริต

19 ก.ค. 69 | 02:21 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 69 | 03:02 น.

นิด้าโพลเผยประชาชน 94.05% มองการลงทุนธุรกิจผิดกฎหมายและฟอกเงินสีเทาของต่างชาติเป็นภัยร้ายแรง พร้อมชี้ปัจจัยหลักมาจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่ กฎหมายไม่เข้ม และช่องโหว่นโยบายรัฐ

KEY

POINTS

  • นิด้าโพลเผยผลสำรวจว่าคนไทย 94.05% มองว่าการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจผิดกฎหมายหรือฟอกเงิน (ทุนสีเทา) เป็นเรื่องอันตรายมาก
  • คนไทยส่วนใหญ่ยังกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองที่ดิน เปิดธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ
  • ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 52% ชี้ว่านโยบายของรัฐหรือกฎหมายที่เปิดช่องให้ดำเนินการได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมาย

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย พบว่า

1.การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา ตัวอย่าง 

  • ร้อยละ 94.05 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 5.42 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
  • ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย

2.การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดินไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 82.14 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
  • ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

3.การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติ ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 81.76 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 14.20 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
  • ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

4.การประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายทั้งหมดเฉพาะเครือข่ายของคนชาติเดียวกัน ทำให้คนไทยขาดรายได้) ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 81.29 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 15.65 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
  • ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย

5.การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 81.21 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 15.88 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 2.37 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
  • ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

6. การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชนหรือเมืองของชาวต่างชาติ ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 77.48 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 17.79 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 3.89 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
  • ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

7. การทำงานของต่างชาติที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 72.98 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 23.13 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 3.51 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
  • ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

8. การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยว ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 65.42 ระบุว่า อันตรายมาก
  • รองลงมา ร้อยละ 27.86 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย
  • ร้อยละ 5.65 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย
  • ร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย
  • ร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

ด้านพฤติกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่เคยพบเห็นด้วยตนเอง พบว่า ตัวอย่าง

  • ร้อยละ 35.95 ระบุว่า ไม่เคยพบเจอพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติรองลงมา
  • ร้อยละ 26.11 ระบุว่า การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา
  • ร้อยละ 25.88 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย
  • ร้อยละ 20.92 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท
  • ร้อยละ 18.85 ระบุว่า การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชนหรือเมืองของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 17.71 ระบุว่า การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยว เป็นต้น
  • ร้อยละ 14.35 ระบุว่า การทำงานของต่างชาติที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน
  • ร้อยละ 9.69 ระบุว่า การประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายทั้งหมด เฉพาะเครือข่ายของคนชาติเดียวกันทำให้คนไทยขาดรายได้)
  • ร้อยละ 8.70 ระบุว่า การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติไทย
  • ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกระทำผิดกฎหมาย พบว่า

  • ร้อยละ 67.10 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • รองลงมา ร้อยละ 59.31 ระบุว่า บทลงโทษตามกฎหมายไม่รุนแรง
  • ร้อยละ 52.21 ระบุว่า นโยบายของรัฐหรือกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้
  • ร้อยละ 50.46 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของนักการเมือง
  • ร้อยละ 48.70 ระบุว่า การเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนของคนไทยบางคน
  • ร้อยละ 44.35 ระบุว่า การไม่ใส่ใจสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • ร้อยละ 29.54 ระบุว่า คนไทยไม่สนใจหรือไม่ตระหนักในปัญหาคนต่างชาติทำผิดกฎหมาย
  • ร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่

  • กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.70
  • ภาคกลาง ร้อยละ 17.79
  • ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82
  • ภาคใต้ ร้อยละ 7.86
  • ภาคตะวันออก

โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง และตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป

ด้านตัวอย่างการประกอบอาชีพ พบว่า 

  • ร้อยละ 13.82 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้างพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • ร้อยละ 18.17 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน
  • ร้อยละ 23.36 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจอาชีพอิสระ
  • ร้อยละ 9.08 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง
  • ร้อยละ 11.76 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน
  • ร้อยละ 19.00 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน
  • ร้อยละ 4.81 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อเดือนพบว่า 

  • 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 32.75
  • 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 14.66
  • 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 7.01
  • 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 4.73
  • 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 2.14
  • 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.53
  • 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.08
  • 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 1.37
  • 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.34 ไม่ระบุรายได้