
กรมพัฒน์ฯ ไล่บี้นอมินี สั่งเช็ก Statement สอบเส้นเงิน เล็ง 16 จังหวัดเสี่ยง ดีเดย์ 1 ส.ค.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิด 16 จังหวัดเสี่ยงนอมินี เตรียมตรวจเกือบ 120,000 บริษัท พร้อมบังคับยื่น Statement พิสูจน์เงินลงทุนจริง เริ่ม 1 ส.ค. 2569 เตือนนักบัญชี-ทนายหยุดหนุนการเลี่ยงกฎหมาย
KEY
POINTS
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายนอมินี โดยมุ่งเป้าไปที่ 16 จังหวัดเสี่ยงซึ่งมีชาวต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนสูง
- ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 จะเริ่มใช้มาตรการใหม่ บังคับให้ผู้ถือหุ้นคนไทยและกรรมการบริษัทต้องแสดง Statement เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิสูจน์ว่ามีการลงทุนจริง
- หากข้อมูลทางการเงินไม่สอดคล้อง นายทะเบียนจะปฏิเสธการจดทะเบียนทันที โดยมาตรการนี้ครอบคลุมถึงบริษัทที่เปลี่ยนโครงสร้างจากไทย 100% มามีผู้ถือหุ้นต่างชาติในภายหลังด้วย
เจาะกลุ่มเป้าหมาย 16 จังหวัดเสี่ยง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนธุรกิจ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน และข้อมูลจากสำนักงานบัญชี พบว่าปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบเกือบ 120,000 ราย ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นระหว่าง 0.01% - 49.99% โดยหน่วยงานได้โฟกัสไปที่กลุ่มที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นใกล้เพดาน 40% - 49.99% ใน 16 จังหวัดเป้าหมาย ประกอบด้วย ชลบุรี สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ระยอง กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี
โดย 10 จังหวัดแรกพบว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก 18,720 ราย และเสี่ยงสูง 14,118 ราย ส่วนอีก 6 จังหวัด ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล พบกลุ่มเสี่ยงสูงมาก 7,579 ราย และเสี่ยงสูง 1,752 ราย
พฤติกรรม "เด็กดื้อ" และกลเม็ดเลี่ยงกฎหมาย
ทั้งนี้จากการติดตามข้อมูลในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการตั้งบริษัทใหม่กว่า 18,246 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีกลุ่มเสี่ยงถึง 3,270 ราย ที่อาจมีการสนับสนุนให้นอมินีเข้ามาถือหุ้น โดยชาวต่างชาติที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยงประกอบด้วยหลายสัญชาติ เช่น จีน , อังกฤษ, อินเดีย, ฝรั่งเศส, สิงคโปร์, รัสเซีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงกฎหมายที่แยบยลขึ้น เช่น การจดทะเบียนเป็นบริษัทไทย 100% ในตอนแรกเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบตามคำสั่งเดิมที่เน้นตรวจบริษัทต่างชาติ จากนั้นจึงทยอยเปลี่ยนตัวกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติในภายหลัง
มาตรการใหม่ บังคับส่ง Statement เริ่ม 1 ส.ค. นี้
อย่างไรก็ตามเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมฯ จะมีการออกคำสั่งใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญคือ
1. เรียกดู Statement จากธนาคาร ทั้งในส่วนของคนไทยที่ร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติ และกรรมการบริษัทที่มีหน้าที่รับเงินลงทุน
2. ตรวจสอบความสอดคล้อง เพื่อพิสูจน์ว่ามีการนำเงินมาลงทุนจริงในสัดส่วนที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ถูกต้องหรือไม่ หากข้อมูลไม่สอดคล้องกัน นายทะเบียนจะปฏิเสธการจดทะเบียนทันที
3. คุมเข้มการเปลี่ยนโครงสร้าง คำสั่งนี้จะครอบคลุมถึงบริษัทที่เคยเป็นไทย 100% แล้วเปลี่ยนมาเป็นบริษัทต่างชาติในภายหลังด้วย
เตือนกลุ่มวิชาชีพหนุนทำผิดกฎหมาย
นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเตือนไปยังผู้ประกอบวิชาชีพ ทั้งนักบัญชีที่มีกว่า 80,000 ราย และทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายอีกกว่า 90,000 ราย ให้หยุดพฤติกรรมการสนับสนุนหรือชี้ช่องทางการจดทะเบียนนอมินี เนื่องจากเอกสารทางกฎหมายเป็นภาษาไทย ชาวต่างชาติไม่สามารถดำเนินการเองได้หากไม่มีคนไทยให้ความช่วยเหลือ
โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งกรมสรรพากร กรมที่ดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI กำลังบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื่อดำเนินคดีอย่างจริงจัง





