
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เริ่ม 1 ส.ค. เปิด 6 สิทธิช่วยค่าครองชีพ
กรมบัญชีกลาง พร้อมเดินหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เริ่ม 1 ส.ค. เช็ก 6 วงเงินช่วยเหลือ-เงื่อนไขใช้สิทธิ์ใหม่ ใช้ได้ผ่านช่องทางแอปฯ เป๋าตัง-บัตรประชาชน
KEY
POINTS
- โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เริ่มให้สิทธิ์ผู้ถือบัตรเดิมที่ผ่านคุณสมบัติตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 69 ส่วนผู้มีสิทธิ์รายใหม่จะเริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค. 69
- มอบสิทธิประโยชน์ 6 รายการเพื่อช่วยค่าครองชีพ ได้แก่ วงเงินซื้อสินค้า 300 บาท/เดือน, ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม, ค่าเดินทาง, ค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา และเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาท/เดือน
- สามารถใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" หรือใช้บัตรประจำตัวประชาชน โดยผู้มีสิทธิ์รายใหม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ภายใน 180 วันเพื่อรับสิทธิ์
กรมบัญชีกลางประกาศเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อย่างเป็นทางการ หลังรัฐบาลประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิ์เดิมที่ผ่านการคัดกรองจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ผู้มีสิทธิ์รายใหม่และผู้ที่ผ่านการทบทวนสิทธิ์จะเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยโครงการเดิมในปี 2565 จะสิ้นสุดการให้สิทธิ์ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.00 น.
จากนั้น ผู้มีสิทธิ์ตามโครงการปี 2569 ซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิ์เดิมที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ในช่วงเวลา 05.00-23.00 น. ของทุกวัน
ส่วนผู้มีสิทธิ์รายใหม่ รวมถึงผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ์จากการลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่หรือระบบของกระทรวงมหาดไทย จะเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ใช้สิทธิ์ผ่าน "เป๋าตัง" หรือบัตรประชาชน
กรมบัญชีกลางกำหนดช่องทางการใช้สิทธิ์ไว้ 2 รูปแบบ เพื่อรองรับผู้มีสิทธิ์ทุกกลุ่ม
ช่องทางแรก คือ แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งใช้ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (G-Wallet) เป็นช่องทางหลักสำหรับผู้ที่มีสมาร์ทโฟน
อีกช่องทางคือ การใช้บัตรประจำตัวประชาชน สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยผู้มีสิทธิ์จะต้องใช้บัตรประชาชน พร้อมกดรหัสคู่บัตร (PIN Code) ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนยืนยันตัวตน (e-KYC) ด้วยตนเอง และผ่านการสแกนใบหน้า ณ จุดชำระเงินก่อนทำรายการ
ผู้ที่ใช้สิทธิ์ผ่านบัตรประชาชนสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน และเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของร้านค้าหรือหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ
ส่วนผู้ที่เลือกใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จะสามารถใช้สิทธิ์ได้เฉพาะร้านค้าที่รับชำระผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับเครื่อง EDC ได้
รายใหม่ต้องยืนยันตัวตนภายใน 180 วัน
กรมบัญชีกลางระบุว่า ผู้ถือสิทธิ์เดิมที่เคยได้รับสิทธิ์ในโครงการปี 2565 และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในปี 2569 ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ใหม่
ขณะที่ผู้มีสิทธิ์รายใหม่และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ์ทุกคน จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนภายใน 180 วัน
สามารถดำเนินการได้ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการยืนยันตัวตนหรือใช้สิทธิ์ จะต้องดำเนินการที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารเท่านั้น
เปิด 6 สิทธิประโยชน์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กรมบัญชีกลางเปิดเผยรายละเอียดสิทธิประโยชน์ที่ผู้ผ่านคุณสมบัติจะได้รับ ประกอบด้วย
1. วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
ได้รับวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน เติมเข้าระบบทุกวันที่ 1 ของเดือน และไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้
2. ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม
ได้รับวงเงิน 80 บาทต่อคนทุก 3 เดือน
3. ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ
ได้รับวงเงินรวม 750 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับใช้กับระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ
คงมาตรการช่วยค่าไฟ-ค่าน้ำ
นอกจากวงเงินสวัสดิการรายเดือนแล้ว รัฐบาลยังคงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านสาธารณูปโภคต่อเนื่อง ได้แก่
- ค่าไฟฟ้า สนับสนุนไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- ค่าน้ำประปา สนับสนุน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐานของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย
คนพิการรับเงินเพิ่ม 200 บาททุกเดือน
สำหรับผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับ เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน
กรมบัญชีกลางจะโอนเงินทุกวันที่ 20 ของเดือน หากตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนโอนเป็นวันทำการก่อนหน้า
เริ่มใช้สิทธิ์ 2 ระยะ
กรมบัญชีกลางสรุปไทม์ไลน์การเริ่มใช้สิทธิ์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไว้ดังนี้
- 1 สิงหาคม 2569 ผู้ถือสิทธิ์เดิมที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ
- 1 ตุลาคม 2569 ผู้มีสิทธิ์รายใหม่และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ์
"ผู้มีสิทธิ์รายใหม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิ์และสามารถใช้สวัสดิการของรัฐได้ตามกำหนดเวลา ขณะที่ผู้ถือสิทธิ์เดิมสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ผ่านช่องทางที่กำหนด โดยรัฐบาลยังคงใช้ระบบดิจิทัลเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการสวัสดิการ เพื่อเพิ่มความสะดวก โปร่งใส และเข้าถึงผู้มีสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง"







