
บัตรคนจน 69 คลังรับฐานข้อมูลคัดกรองไม่อัปเดต เปิดอุทธรณ์รถเก่า-โอนลอย
คลังไขปม ‘รถ 2 คัน’ ไม่ผ่านเกณฑ์ ‘บัตรคนจน’ เปิดอุทธรณ์รถเก่า-โอนลอย รับฐานข้อมูลคัดกรอง 9 ล้านรายการไม่อัพเดท เร่งปรับปรุงระบบ ยันไร้โควตาคนจน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังยอมรับว่าฐานข้อมูลที่ใช้คัดกรองผู้รับสิทธิ์บัตรคนจนปี 69 ไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์อย่างไม่เป็นธรรม
- ปัญหาข้อมูลที่คลาดเคลื่อนส่วนใหญ่เกิดจากการถือครองรถยนต์ที่ขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้โอน (โอนลอย) รถเก่าหรือชำรุด และสถานะทางการศึกษาที่ไม่ถูกต้อง
- เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองสามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อทบทวนสิทธิ์ได้ โดยสามารถนำหลักฐานมายืนยันข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา
กระทรวงการคลังยอมรับว่า ฐานข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ยังมีข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดข้อร้องเรียนจากประชาชนบางส่วนที่ไม่ผ่านการคัดกรอง ทั้งจากข้อมูลการถือครองรถ ข้อมูลสถานภาพทางการศึกษา และข้อมูลทรัพย์สินที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าจะเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลและเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า หลังการประกาศผลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ผ่านการคัดกรองจากข้อมูลในระบบ ซึ่งหลายกรณีไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
ยอมรับคัดกรองยังไม่เป็นปัจจุบัน
นายวินิจกล่าวว่า ระบบคัดกรองใช้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐรวมกันกว่า 9 ล้านชุดข้อมูล จึงยังพบข้อมูลบางส่วนที่ไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนจากฐานข้อมูลต้นทาง
ตัวอย่างที่พบคือ ผู้สูงอายุบางรายถูกระบุว่าเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ทั้งที่ไม่ได้ศึกษาอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นข้อมูลตกค้างจากการลงทะเบียนเรียนในอดีต หรือข้อมูลของหน่วยงานที่ยังไม่ได้ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น รถที่ขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ รถที่อยู่ในสภาพชำรุดหรือไม่ได้ใช้งานมานาน แต่ยังปรากฏชื่อผู้ครอบครองในฐานข้อมูลของรัฐ
"ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจะไม่ถูกนำมาใช้เป็นเหตุให้ประชาชนเสียสิทธิ์ กระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการทำ Data Cleansingเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องมากที่สุด" นายวินิจกล่าว
เปิดอุทธรณ์ข้อมูลคลาดเคลื่อน
กระทรวงการคลังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หากเห็นว่าข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องรถยนต์
กรณีสำคัญที่สามารถยื่นอุทธรณ์ ได้แก่
- รถที่ขายไปแล้วแต่ยังเป็น การโอนลอย ทำให้ชื่อเจ้าของเดิมยังคงอยู่ในฐานข้อมูล
- รถเก่าที่มีอายุกว่า 20 ปี รถชำรุด หรือรถที่ไม่ได้ต่อทะเบียนและไม่ได้ใช้งานแล้ว
- ข้อมูลสถานภาพที่คลาดเคลื่อน เช่น ถูกระบุว่าเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาแล้ว
- ข้อมูลทรัพย์สินหรือข้อมูลทะเบียนอื่นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ผู้ยื่นอุทธรณ์สามารถนำหลักฐานประกอบ เช่น เอกสารการซื้อขาย เอกสารโอนลอย หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานนำไปพิจารณาทบทวนสิทธิ์
จับมือมหาดไทยลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง
เพื่อให้การพิจารณาเป็นธรรมมากขึ้น กระทรวงการคลังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่ข้อมูลทะเบียนไม่สะท้อนสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน
การตรวจสอบจะครอบคลุมทั้งกรณีรถเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน รถที่ขายต่อแต่ยังไม่เปลี่ยนชื่อ รวมถึงการถือครองที่ดินหรือทรัพย์สินที่มีข้อโต้แย้ง เพื่อให้การพิจารณาอ้างอิงจากข้อเท็จจริง มากกว่าข้อมูลทะเบียนเพียงอย่างเดียว
หากพบว่าผู้ยื่นอุทธรณ์มีฐานะยากลำบากจริง และข้อมูลที่ปรากฏในระบบไม่สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจ ก็จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ดึงคนชวดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร่วมไทยช่วยไทยพลัส
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ตรวจสอบสถานะแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ กระทรวงการคลังขอให้ไม่ต้องกังวลและสามารถเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์ได้ โดยมีรายละเอียดการช่วยเหลือ ดังนี้
- กลุ่มเดิมที่เคยได้รับสิทธิ์: หากรอบนี้ไม่ผ่าน หรือไม่ได้สมัคร จะได้รับสิทธิ์โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" แทน
- กำหนดการ: โครงการไทยช่วยไทย Plus จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง กันยายนนี้ โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า
- วิธีการรับสิทธิ์: ผู้มีสิทธิ์ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงเข้าไปยืนยันตัวตนในระบบด้วยเลขบัตรประชาชน
- การสลับสิทธิ์: หากผู้ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์เกิดผ่านเกณฑ์ในภายหลัง ระบบจะสลับสิทธิ์กลับมาเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ทันที
ย้ำไม่มีโควตาผู้ได้รับสิทธิ์
นายวินิจยืนยันว่า การพิจารณาผู้มีสิทธิ์ไม่ได้กำหนดจำนวนหรือโควตาผู้ผ่านเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า แม้ว่าจะมีการประเมินสัดส่วนคนจนของประเทศไทยจากองค์กรระหว่างประเทศก็ตาม
รัฐบาลพร้อมจัดสรรงบประมาณรองรับ หากมีผู้ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก โดยเป้าหมายสำคัญคือให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่เข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ไม่ให้ความผิดพลาดของฐานข้อมูลกลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบคำอุทธรณ์และปรับปรุงฐานข้อมูลแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ก่อนเริ่มให้ผู้ผ่านการพิจารณารับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569เป็นต้นไป







