thansettakij
thansettakij
'หอการค้า' กางโรดแมป 10 เวที ชู 'Reinvent Thailand' เชื่อมการค้า-ลงทุนโลก

'หอการค้า' กางโรดแมป 10 เวที ชู 'Reinvent Thailand' เชื่อมการค้า-ลงทุนโลก

17 ก.ค. 69 | 09:43 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ค. 69 | 09:43 น.

หอการค้ากางโรดแมป 10 เวทีเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2569 ขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” เชื่อมการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทยบนเวทีโลก

KEY

POINTS

  • หอการค้าไทยเปิดตัวโรดแมป 'Reinvent Thailand' ผ่าน 10 เวทีสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อยกระดับและเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่การค้าการลงทุนโลก
  • มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับเศรษฐกิจมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐฯ ผ่านการจัดงานประชุมและแสดงสินค้าร่วมกัน รวมถึงการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับภูมิภาคอย่าง ABAC
  • ครอบคลุมการจัดงานหลากหลายมิติ ตั้งแต่เวทีเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก (IMF-World Bank) การส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพ (อาหาร, เกม) ไปจนถึงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดงานสำคัญต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลังไม่ควรเป็นเพียงอีเวนท์ที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่ต้องใช้เป็นโอกาสต่อยอดให้เกิดการค้า การลงทุน การสร้างเครือข่าย และการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นรูปธรรม 

ปัจจุบันไทยเคลื่อนจากเวทีภูมิภาคที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอง ขยับสู่ความร่วมมือทวิภาคีกับสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและสหรัฐฯ ก่อนจะหันมาเสริมความแข็งแกร่งในประเทศ ยกระดับสู่เวทีพลังงานและการเงินระดับโลก และปิดท้ายด้วยการนำโอกาสเหล่านั้นกลับมาขยายผลถึงเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่จริง รวมทั้งหมด 10 เวทีสำคัญ ดังนี้

1. ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุม APEC Business Advisory Council หรือ ABAC ครั้งที่ 3 ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 6–9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของผู้นำภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจ APEC 

โดยการประชุมครั้งนี้เป็นช่วงสำคัญในการสรุปและจัดทำข้อเสนอของภาคธุรกิจเพื่อนำเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ต่อไป โดยสาระสำคัญของ ABAC 2026 มุ่งไปที่การรักษาความเปิดกว้างทางการค้าและการลงทุน การเพิ่มความเชื่อมโยงของภูมิภาค 

รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน การค้าดิจิทัล เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งสะท้อนว่า ABAC ไม่ได้แยกออกจาก APEC แต่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการนำเสียงและข้อเสนอจากภาคธุรกิจเข้าไปเชื่อมกับการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกโดยตรง 

สำหรับไทยในฐานะเจ้าภาพ นี่คือโอกาสวางตำแหน่งประเทศให้เป็นผู้นำเสียงภาคธุรกิจไทยเข้าสู่วาระผู้นำ APEC โดยตรง และเปิดทางให้ข้อเสนอของไทยมีน้ำหนักในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจภูมิภาคในปีต่อไป

2. งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจัดปีเป็นที่ 2 ภายใต้แนวคิด "Investing for the Future, Growing Together” โดยมุ่งยกระดับงานให้เป็นเวทีเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม การค้า การลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีนอย่างครบวงจร 

โดยเป็นพื้นที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่มาพร้อมความสามารถด้านการเคลื่อนไหว การโต้ตอบ และการประมวลผลด้วยระบบ AI พร้อมกิจกรรมแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างโอกาสเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทาน 

ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 20,000 ตารางเมตร กว่า 670 บูธ และบริษัทชั้นนำเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย–จีน ให้เกิดเป็นโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่จับต้องได้จริง สำหรับไทย งานนี้คือช่องทางดึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและหุ่นยนต์จากจีนเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตไทยโดยตรง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรจีนได้ทันทีผ่านกิจกรรม B2B Matching

3. งาน Thailand–U.S. Trade & Investment Summit 2026: Building on a Longstanding Partnership วันที่ 17 สิงหาคม 2569 กับ ณ โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit 

โดยความร่วมมือระหว่างหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย หรือ AMCHAM Thailand หอการค้าไทย และ U.S. Chamber of Commerce ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้บริหารภาครัฐและเอกชนจากไทยและสหรัฐฯ เพื่อหารือโอกาสใหม่ด้านการค้าและการลงทุน ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งการค้า การท่องเที่ยว เกษตรและอาหาร เศรษฐกิจดิจิทัล ความยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สุขภาพและเวลเนส ตลอดจนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศไปสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงดูดการลงทุนใหม่ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับโลกมากขึ้น

4. งานประกาศรางวัลสำเภา–นาวาทองและรางวัลจรรยาบรรณดีเด่นประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยรางวัลสำเภา–นาวาทองจัดขึ้นเพื่อเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และพัฒนาการให้บริการอย่างโปร่งใสและทันสมัย 

ขณะที่รางวัลจรรยาบรรณดีเด่นจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรภาคเอกชนที่ยืนหยัดบนหลักจรรยาบรรณและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพราะเมื่อภาครัฐและภาคเอกชนก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน 

เวทีแห่งเกียรติยศนี้จึงเป็นการรวมพลังของผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ผู้ปลดล็อกข้อจำกัดและกฎระเบียบ ผู้ยกระดับมาตรฐาน และผู้ร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศ

 

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

 

5. งาน “The Bangkok Business Summit 2026: Resilient ASEAN” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายน 2569 ในรูปแบบ One-Day High-Level Business Forum จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจไทยเข้ากับบริบทของอาเซียน ตลอดจนเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน นักลงทุน สื่อมวลชน และพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เข้าร่วมประมาณ 300 คน 

ซึ่งภายหลังจากนั้นจะเป็นไฮไลต์สำคัญของปี คือ การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และกลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank Group ประจำปี 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพของไทยอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1991 การประชุมครั้งนี้จะรวบรวมผู้นำและผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลก 

โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมและผู้เกี่ยวข้องเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 15,000–20,000 คน ซึ่งจะสร้างโอกาสสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ตลอดจนเป็นเวทีที่ไทยจะได้แสดงถึงความพร้อมในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

6. งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก “SIAL Paris 2026” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Paris Nord Villepinte กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส 

โดย ประธานกรรมการหอการค้าไทย จะนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 86 บริษัท เพื่อเจรจาธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางการค้า ขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ และยกระดับศักยภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยสู่เวทีสากล

ทั้งนี้ SIAL Paris ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ซึ่งรวบรวมผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ เพื่อค้นหานวัตกรรมและติดตามแนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารโลก 

โดยคาดว่าการจัดงานในปี 2569 จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ SIAL หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดงานเมื่อปี 2024

7. งานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2026 ในวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในปีนี้ได้รับเกียรติจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และมอบรางวัลให้แก่สมาคมการค้าดีเด่น

เวทีดังกล่าวจะเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายสมาคมการค้า ภาคธุรกิจไทย และหอการค้าต่างประเทศ เพื่อร่วมกันมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มสมาคมการค้าและ SMEs ก้าวไปสู่ตลาดใหม่ผ่านเครือข่ายหอการค้าต่างประเทศที่มีอยู่ในไทยได้มากขึ้น

8. งานมหกรรมเกม “gamescom asia x Thailand Game Show 2026” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายหลังการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ งานดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและก้าวขึ้นเป็นงานเกมทั้งในมิติธุรกิจและผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

โดยในปี 2568 มีผู้เข้าชมมากกว่า 206,159 คน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกว่า 5,590 คน ตลอดจนผู้จัดแสดงสินค้าและพาวิลเลียนจากทั่วโลกจำนวน 294 ราย สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมระดับภูมิภาคและระดับโลก 

สำหรับการจัดงานในปี 2569 จะประกอบด้วยโซนธุรกิจ เวทีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวโน้มอุตสาหกรรม รวมถึงโซนความบันเทิงที่รวบรวมผู้ประกอบการ ผู้จัดจำหน่าย ผู้เชี่ยวชาญ และแฟนเกมจากทั่วโลกไว้ในงานเดียว

9. การขับเคลื่อน "คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน" เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ ลดต้นทุนแฝง และเสริมความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย โดยวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ จะครบรอบ 1 ปีของการขยายความร่วมมือสู่ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการสำรวจปัญหา ใช้เทคโนโลยีลดช่องว่างการทุจริต

และเสนอปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งการผลักดันดังกล่าวนำไปสู่การตอบรับจากภาครัฐ ด้วยการจัดตั้ง "คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต" (คตท.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ถือเป็นการวางรากฐานความเชื่อมั่นให้กับประเทศเพื่อสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสและเป็นธรรม 

รวมถึงแผนขับเคลื่อนต่อจากนี้ทั้ง เวที Closed-Door Dialogue เจาะ Pain Points รายอุตสาหกรรม การเร่งปลดล็อกกฎหมายภายใต้คณะอนุกรรมการกรอ. และมีเตรียมจัด Dinner Talk ขยายเครือข่ายความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น

10. ปิดท้ายปี 2569 ด้วยบิ๊กอีเวนต์ประจำปีของหอการค้าไทยกับ งานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 44 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน 2569 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” 

โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จากเครือข่ายหอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อนโจทย์จากพื้นที่จริง และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศ 

ทั้งนี้ ข้อเสนอและมุมมองจากเครือข่ายหอการค้าจะถูกรวบรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายผ่าน “สมุดปกขาวหอการค้าไทย” เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาและกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

"ภาพรวมของงานและเวทีสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีโอกาสเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกได้อีกมาก ทั้งในด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ทุกเวทีที่เกิดขึ้นคือสามารถต่อยอดได้"