thansettakij
thansettakij
หอการค้า เตือนธุรกิจรับมือฮอร์มุซ ชี้ค่าระวางเรือ-ประกันภัยเสี่ยงพุ่ง

หอการค้า เตือนธุรกิจรับมือฮอร์มุซ ชี้ค่าระวางเรือ-ประกันภัยเสี่ยงพุ่ง

15 ก.ค. 69 | 03:37 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 04:32 น.

หอการค้าไทยเตือนผู้ประกอบการจับตาความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นกระทบค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และราคาพลังงาน พร้อมแนะ 3 แนวทางรับมือวางแผนขนส่งทางเลือก

KEY

POINTS

  • หอการค้าไทยเตือนภาคธุรกิจให้เตรียมรับมือสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งทางเรือ
  • ประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะทำให้ต้นทุนค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกันภัย และราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
  • แนะผู้ประกอบการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ และประสานงานกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อหาเส้นทางขนส่งที่เหมาะสม

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่อาจมีแนวโน้มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ว่า จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยเป็นเวลาไม่นานหลังจากทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิง (MOU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งทางเรือผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง ความผันผวนของอัตราค่าระวางเรือและค่าประกันภัย รวมทั้ง ราคาพลังงานที่อาจกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนความเพียงพอของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมภาคการผลิต

ดร.พจน์  กล่าวว่า ด้านผู้ประกอบการตัวแทนสายการเดินเรือได้ให้ข้อมูลว่า สายการเดินเรือมีการเตรียมความพร้อมจากสถานการณ์ความขัดแย้งในรอบที่ผ่านมา โดยปัจจุบันสายการเดินเรือ มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือโดยไปเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Khor Fakkan ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และ ท่าเรือ Salalah/ Sohar ของประเทศโอมาน แทนการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนเส้นทางที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น สายเดินเรือมีการประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง จึงทำให้ยังมีเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซจำนวนน้อยมาก

แนะ 3 มาตรการรับมือความเสี่ยง

ทั้งนี้จากสถานการณ์ผู้ประกอบการไม่ควรตระหนกจนเกินไปแต่ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมเผยข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย

1.ติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง

2.ประเมิน Stock วัตถุดิบและสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้ง เตรียมแผนสำรองเพื่อจัดหาวัตถุดิบและสินค้ากรณีเกิดการขาดแคลนในอนาคต 

3.ประสานสายการเดินเรือและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์เพื่อหาแนวทางและเส้นทางในการขนส่งสินค้าผ่านตะวันออกกลาง โดยมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่เหมาะสมที่สุด

ดร.พจน์ฯ ย้ำว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมเป็นสื่อกลางรับฟังข้อเสนอแนะจากเครือข่ายสมาชิกหอการค้าฯที่ได้รับผลกระทบ โดยจะประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในระลอกนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การขนส่ง และความมั่นคงทางพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังคงร่วมมือกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาตะวันออกกลาง ผ่านกลไกของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.ที่ผ่านมา