thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”ลุยจัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต กวาดล้างวันแรกจับผู้กระทำผิด 23 ราย

“สรรเพชญ”ลุยจัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต กวาดล้างวันแรกจับผู้กระทำผิด 23 ราย

16 ก.ค. 69 | 03:53 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ค. 69 | 04:04 น.

“สรรเพชญ บุญญามณี” รมช.คมนาคม ลุยจัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต เปิดปฏิบัติการกวาดล้างวันแรก จับผู้กระทำผิด 23 ราย เตรียมขยายผลต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • รมช.คมนาคม "สรรเพชญ บุญญามณี" สั่งการจัดระเบียบผู้ประกอบการเจ็ตสกีในภูเก็ต เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
  • การลงพื้นที่กวาดล้างวันแรก สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 23 ราย ในข้อหาใช้เรือโดยไม่มีใบอนุญาต
  • ผู้กระทำผิดทั้งหมดถูกเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุดรายละ 10,000 บาท และจะมีการขยายผลการตรวจจับไปยังพื้นที่อื่นต่อไป

ภายหลัง นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต และได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการเรือเจ็ตสกี รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายในแหล่งท่องเที่ยว จึงได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เร่งจัดระเบียบผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว

                         จัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้มอบหมายให้ นายธีรพงศ์ พันธ์นาค เจ้าพนักงานตรวจเรือชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจน้ำ ลงพื้นที่ตรวจตราและปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ทั้งทางบกและทางน้ำ

ผลการปฏิบัติงานพบผู้กระทำความผิด 23 ราย ฐานใช้เรือก่อนรับใบอนุญาตใช้เรือ อันเป็นความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด รายละ 10,000 บาท เป็นที่เรียบร้อย

                    จัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต

ทั้งนี้ นายสรรเพชญ ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบเรือเจ็ตสกีในจังหวัดภูเก็ต ตามนโยบายของตน ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง 

                       จัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต

โดยจะมีการตรวจเข้มและขยายผลไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัย ลดปัญหาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวทางน้ำของประเทศไทยให้เป็นที่เชื่อมั่นในระดับสากลต่อไป