thansettakij
thansettakij
“ยศชนัน”ดันปฏฺรูป อววน. ปั้น Future Food  สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

“ยศชนัน”ดันปฏฺรูป อววน. ปั้น Future Food สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

23 พ.ค. 69 | 10:17 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 69 | 10:37 น.

“ยศชนัน”นั่งหัวโต๊ะประชุม สอวช. นัดแรก เปิดเกมปฏิรูป อววน. ดันลงทุนวิจัย 2 หมื่นล้าน ปั้น Future Food วาระแห่งชาติ สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ไทย

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 4/2569 เป็นครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่ง โดยส่งสัญญาณชัดเจนถึงการ “รีเซ็ต” ระบบการทำงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว

Future Food โอกาสใหม่ศก.ไทย

การประชุมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงาน สอวช. มีสาระสำคัญอยู่ที่การเร่งบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และกลไกการลงทุนของประเทศ ให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น หลังพบว่าที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะมีงานวิจัยและองค์ความรู้จำนวนมากจากมหาวิทยาลัยและหน่วยบริหารจัดการทุน (PMU) แต่ยังขาดการจัดวางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือ การรวบรวมองค์ความรู้และศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาจัดกลุ่มเป็น “คลัสเตอร์อุตสาหกรรมอนาคต” เพื่อสร้างทั้งอุตสาหกรรมใหม่และกำลังคนแห่งอนาคตให้ตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนเร็ว

อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกหยิบขึ้นมาวางเป็นยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) การแพทย์ขั้นสูง รวมถึง “อาหารแห่งอนาคต” หรือ Future Food ซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย

                          “ยศชนัน”ดันปฏฺรูป อววน. ปั้น Future Food  สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

“สิ่งที่เรากำลังทำ คือ การเชื่อมโยงกลไกของ สอวช. PMU มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ของประเทศ” รัฐมนตรี อว. กล่าว พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยต้องรู้ให้ชัดว่าอะไรคือ “ความต้องการที่แท้จริง” ทั้งในด้านกำลังคนและการลงทุนวิจัย เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อีกประเด็นสำคัญ คือ การเร่งเพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ของประเทศ ซึ่งปัจจุบันไทยยังมีสัดส่วนการลงทุนต่ำเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในเอเชีย

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า กระทรวง อว. กำลังหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อออกแบบกลไกดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงศึกษาต้นแบบกองทุนระดับโลกอย่าง “Temasek” ของสิงคโปร์ เพื่อประยุกต์ใช้กับบริบทไทย

พร้อมมองว่า ความท้าทายของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม วิกฤตสิ่งแวดล้อม หรือปัญหา PM2.5 ล้วนต้องใช้การลงทุนขนาดใหญ่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

                                 “ยศชนัน”ดันปฏฺรูป อววน. ปั้น Future Food  สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

“หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนการลงทุนด้าน ววน. ได้ในระดับ 20,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศในระยะยาว” รัฐมนตรี อว. ระบุ                   

ขณะเดียวกัน หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการผลักดัน “Future Food” หรือ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ

มูลค่าอาหารอนาคต 3.5 แสนล้านบาท

นางสาวสิรินยา ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ สอวช. รายงานว่า ปัจจุบันตลาดอาหารอนาคตของไทยมีมูลค่ากว่า 356,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารทางการแพทย์ อาหารเฉพาะบุคคล โปรตีนทางเลือก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อินทรีย์
โดยตั้งเป้าผลักดันมูลค่าตลาดให้เพิ่มเป็น 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 และอาจขยายตัวแตะระดับ 4.66 ล้านล้านบาท ในปี 2575 หากสามารถสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมได้ครบวงจร

อย่างไรก็ตาม สอวช. ประเมินว่า ห่วงโซ่อุปทานของไทยยังมีช่องว่างจำนวนมาก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านวัตถุดิบ การแปรรูป มาตรฐาน และการเข้าสู่ตลาดโลก จึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนด้านวิจัย เทคโนโลยี และระบบรับรองมาตรฐาน

                                     “ยศชนัน”ดันปฏฺรูป อววน. ปั้น Future Food  สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่

มาตรการสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาขับเคลื่อน ได้แก่ การจัดทำ “150 Positive Lists” สำหรับการกล่าวอ้างคุณประโยชน์ด้านสุขภาพของอาหารและส่วนประกอบอาหาร เพื่อช่วยลดเวลาและต้นทุนในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่

รวมถึงการสร้างระบบ “Function Claim” เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย ผ่านการรับรองสารสำคัญในพืช ผัก และผลไม้ ตลอดจนการตั้งเครือข่ายวิจัยสารสกัดกระชายดำ และโครงการส่งเสริมการบริโภคอาหารจากพืช หรือ Plant-Based

หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความสนใจ คือ “Plant 30% Leaders Club” ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยงานที่ตกลงเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืชไม่น้อยกว่า 30% ของมื้ออาหารหรือผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เพื่อสนับสนุนทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจใหม่

ดันอาหารแห่งอนาคตเป็นวาระแห่งชาติ

สอวช. ยังเริ่มทดลองนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้จริง โดยอาหารว่างในการประชุมครั้งนี้ ทั้งหมดเป็นเมนู Plant-Based เพื่อสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนเชิงนโยบายไปพร้อมกับการปฏิบัติจริง

ที่ประชุมยังเห็นพ้องร่วมกันว่า “อาหารแห่งอนาคต” ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของอุตสาหกรรมอาหาร แต่ต้องถูกยกระดับเป็น “นโยบายระดับชาติ” ที่เชื่อมโยงทั้งความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเข้าด้วยกัน

ข้อเสนอสำคัญ คือการใช้แนวคิด “Sandbox” และการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อทดลองบูรณาการระบบเศรษฐกิจ เกษตร สุขภาพ อาหาร และนวัตกรรมไว้ในพื้นที่เดียว ก่อนขยายผลสู่ระดับประเทศ