thansettakij
thansettakij
“ยศชนัน”ประกาศชู MOIP พลิกโฉมนโยบาย อววน. สู่มาตรฐานโลก

“ยศชนัน”ประกาศชู MOIP พลิกโฉมนโยบาย อววน. สู่มาตรฐานโลก

02 ก.ค. 69 | 04:39 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 05:21 น.

“ศ.ดร.ยศชนัน” ประกาศใช้ MOIP พลิกโฉมนโยบาย อววน. ไทย สู่มาตรฐานโลก เปิดเวทีประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะครั้งแรก ระดมกูรูนานาชาติร่วมออกแบบยุทธศาสตร์ประเทศ 2571–2575

KEY

POINTS

  • รัฐบาลนำแนวคิด MOIP (Mission-Oriented Innovation Policy) มาใช้กำหนด "ภารกิจแห่งชาติ" เพื่อพลิกโฉมนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)
  • นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับมือ 3 ความท้าทายสำคัญของประเทศ ได้แก่ สงครามเทคโนโลยี (Tech War) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย
  • แนวคิด MOIP จะถูกใช้เป็นฐานในการจัดทำกรอบนโยบาย อววน. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและมาตรฐานการวิจัยของไทยสู่ระดับสากล

รัฐบาลเดินหน้าปรับโฉมนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ด้วยแนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) เป็นกลไกกำหนด “ภารกิจแห่งชาติ” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน รับมือ Tech War วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย พร้อมเชื่อมโยงการทำงานทุกภาคส่วน 

ขณะที่ สอวช.เปิดเวทีประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะครั้งแรก ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก OECD และ University College London ถ่ายทอดประสบการณ์และแนวปฏิบัติสู่การจัดทำกรอบนโยบาย อววน. ระยะ 5 ปี (2571–2575)

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะของ สอวช. ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP)” หรือ “The 1st NXPO Public Policy Conference: Thailand Strategic Leap through MOIP” ณ ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569

                       สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP

การประชุมครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในประธานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายของประเทศเข้าร่วมกว่า 200 คน

MOIP เครื่องมือใหม่กำหนดภารกิจประเทศ ยกระดับแข่งขันไทย

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ เทคโนโลยี ทำให้การกำหนดนโยบายแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรับมือความท้าทายในอนาคต จึงจำเป็นต้องนำแนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ

แนวคิดดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นฐานในการจัดทำ กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ระยะ 5 ปี พ.ศ.2571–2575 เพื่อกำหนด “ภารกิจสำคัญของประเทศ” (National Missions) ที่ชัดเจน เชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

ไทยไม่จำเป็นเริ่มจากศูนย์แต่ต้องต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์

รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยมีฐานองค์ความรู้ งานวิจัย และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอดให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

                      สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP

พร้อมทั้งศึกษาบทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้นโยบาย MOIP เพื่อยกระดับประเทศ และก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง โดยการกำหนดภารกิจที่ชัดเจนจะช่วยให้ประเทศสามารถวางแผนได้ว่า

ควรลงทุนวิจัยในสาขาใด

ต้องการกำลังคนประเภทใด

ต้องดึงดูดการลงทุนในระดับใด

จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างไร

ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

3 ภารกิจใหญ่ประเทศไทยต้องเร่งขับเคลื่อน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยมีความท้าทายสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่

1. รับมือสงครามเทคโนโลยีโลก (Tech War)

ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor)

การผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing)

หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics)

รวมถึงยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค

2. รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเทศไทยต้องเร่งสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการผลักดัน

Circular Economy

Green Energy

Space Economy

การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศ

การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)

เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน

3. รองรับสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงประชากร

ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โครงสร้างประชากร ได้แก่

Wellness Economy

Precision Medicine

Future Food

Creative Economy

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

                                 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP

บูรณาการทุกกระทรวง พร้อมยกระดับมาตรฐานวิจัยไทยสู่ OECD

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายเชิงพันธกิจจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยการบูรณาการของทุกกระทรวง การใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่หลากหลาย การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตามประเมินผลและวัดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับนโยบายได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังต้องยกระดับมาตรฐานการวิจัยให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพงานวิจัย ระบบการให้ทุน และมาตรฐานการดำเนินงาน รองรับความร่วมมือกับนักวิจัยและองค์กรนานาชาติในอนาคต

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปิดกว้างสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติ เชื่อมโยงหน่วยงานของไทยกับเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมระดับโลก เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต พร้อมแสดงความหวังว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับนโยบาย อววน. ของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

                         สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP

สอวช.เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์ อววน. 2571–2575

ด้าน ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รวมทั้งสร้างพื้นที่หารือระหว่างหน่วยงานด้านนโยบายสำคัญของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำแนวคิด MOIP มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ.2571–2575

ภายในการประชุมมีผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมจากต่างประเทศร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่

Philippe Larrue จาก OECD บรรยายหัวข้อ “MOIP: Global

Lessons on Mission Design, Governance, and Delivery”

Mariana Mazzucato จาก University College London ผู้บุกเบิก

แนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy บรรยายพิเศษในหัวข้อ “From Ambition to Implementation: Missions, Portfolios, and Government Capacity”

                           สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ได้แก่ Hazami Habib จาก Academy of Sciences Malaysia และ Benjamin Kumpf กับ Charles McIvor จาก OECD ในหัวข้อ “What Good MOIP Looks Like in Practice” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายเชิงพันธกิจที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศ

เวทีระดมสมองกำหนดภารกิจประเทศไทย

ช่วงบ่ายเป็นการเสวนาระดับนโยบายว่าด้วยการประยุกต์ใช้ MOIP ในบริบทประเทศไทย โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค และ นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ผู้แทนหน่วยงานด้านยุทธศาสตร์และการปฏิรูประบบราชการ

ต่อด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ “Thailand’s MOIP: What it should look like and how to make it work” ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปราย ได้แก่ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล และ ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ เพื่อร่วมกันเสนอแนวทางกำหนด “ภารกิจสำคัญของประเทศ” ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

โดยมีเป้าหมายให้กรอบนโยบาย อววน. ฉบับใหม่เป็นกลไกสำคัญในการนำพาประเทศก้าวสู่การเติบโตบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน