
“ยศชนัน”ประกาศชู MOIP พลิกโฉมนโยบาย อววน. สู่มาตรฐานโลก
“ศ.ดร.ยศชนัน” ประกาศใช้ MOIP พลิกโฉมนโยบาย อววน. ไทย สู่มาตรฐานโลก เปิดเวทีประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะครั้งแรก ระดมกูรูนานาชาติร่วมออกแบบยุทธศาสตร์ประเทศ 2571–2575
KEY
POINTS
- รัฐบาลนำแนวคิด MOIP (Mission-Oriented Innovation Policy) มาใช้กำหนด "ภารกิจแห่งชาติ" เพื่อพลิกโฉมนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)
- นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับมือ 3 ความท้าทายสำคัญของประเทศ ได้แก่ สงครามเทคโนโลยี (Tech War) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย
- แนวคิด MOIP จะถูกใช้เป็นฐานในการจัดทำกรอบนโยบาย อววน. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและมาตรฐานการวิจัยของไทยสู่ระดับสากล
รัฐบาลเดินหน้าปรับโฉมนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ด้วยแนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) เป็นกลไกกำหนด “ภารกิจแห่งชาติ” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน รับมือ Tech War วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย พร้อมเชื่อมโยงการทำงานทุกภาคส่วน
ขณะที่ สอวช.เปิดเวทีประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะครั้งแรก ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก OECD และ University College London ถ่ายทอดประสบการณ์และแนวปฏิบัติสู่การจัดทำกรอบนโยบาย อววน. ระยะ 5 ปี (2571–2575)
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะของ สอวช. ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP)” หรือ “The 1st NXPO Public Policy Conference: Thailand Strategic Leap through MOIP” ณ ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
การประชุมครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในประธานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายของประเทศเข้าร่วมกว่า 200 คน
MOIP เครื่องมือใหม่กำหนดภารกิจประเทศ ยกระดับแข่งขันไทย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ เทคโนโลยี ทำให้การกำหนดนโยบายแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรับมือความท้าทายในอนาคต จึงจำเป็นต้องนำแนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ
แนวคิดดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นฐานในการจัดทำ กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ระยะ 5 ปี พ.ศ.2571–2575 เพื่อกำหนด “ภารกิจสำคัญของประเทศ” (National Missions) ที่ชัดเจน เชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
ไทยไม่จำเป็นเริ่มจากศูนย์แต่ต้องต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์
รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยมีฐานองค์ความรู้ งานวิจัย และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอดให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมทั้งศึกษาบทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้นโยบาย MOIP เพื่อยกระดับประเทศ และก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง โดยการกำหนดภารกิจที่ชัดเจนจะช่วยให้ประเทศสามารถวางแผนได้ว่า
ควรลงทุนวิจัยในสาขาใด
ต้องการกำลังคนประเภทใด
ต้องดึงดูดการลงทุนในระดับใด
จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างไร
ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
3 ภารกิจใหญ่ประเทศไทยต้องเร่งขับเคลื่อน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยมีความท้าทายสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่
1. รับมือสงครามเทคโนโลยีโลก (Tech War)
ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่
ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor)
การผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing)
หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics)
รวมถึงยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค
2. รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ประเทศไทยต้องเร่งสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการผลักดัน
Circular Economy
Green Energy
Space Economy
การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศ
การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน
3. รองรับสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงประชากร
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โครงสร้างประชากร ได้แก่
Wellness Economy
Precision Medicine
Future Food
Creative Economy
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
บูรณาการทุกกระทรวง พร้อมยกระดับมาตรฐานวิจัยไทยสู่ OECD
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายเชิงพันธกิจจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยการบูรณาการของทุกกระทรวง การใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่หลากหลาย การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตามประเมินผลและวัดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับนโยบายได้อย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังต้องยกระดับมาตรฐานการวิจัยให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพงานวิจัย ระบบการให้ทุน และมาตรฐานการดำเนินงาน รองรับความร่วมมือกับนักวิจัยและองค์กรนานาชาติในอนาคต
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปิดกว้างสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติ เชื่อมโยงหน่วยงานของไทยกับเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมระดับโลก เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต พร้อมแสดงความหวังว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับนโยบาย อววน. ของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม
สอวช.เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์ อววน. 2571–2575
ด้าน ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รวมทั้งสร้างพื้นที่หารือระหว่างหน่วยงานด้านนโยบายสำคัญของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำแนวคิด MOIP มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ.2571–2575
ภายในการประชุมมีผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมจากต่างประเทศร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่
Philippe Larrue จาก OECD บรรยายหัวข้อ “MOIP: Global
Lessons on Mission Design, Governance, and Delivery”
Mariana Mazzucato จาก University College London ผู้บุกเบิก
แนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy บรรยายพิเศษในหัวข้อ “From Ambition to Implementation: Missions, Portfolios, and Government Capacity”
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ได้แก่ Hazami Habib จาก Academy of Sciences Malaysia และ Benjamin Kumpf กับ Charles McIvor จาก OECD ในหัวข้อ “What Good MOIP Looks Like in Practice” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายเชิงพันธกิจที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศ
เวทีระดมสมองกำหนดภารกิจประเทศไทย
ช่วงบ่ายเป็นการเสวนาระดับนโยบายว่าด้วยการประยุกต์ใช้ MOIP ในบริบทประเทศไทย โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค และ นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ผู้แทนหน่วยงานด้านยุทธศาสตร์และการปฏิรูประบบราชการ
ต่อด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ “Thailand’s MOIP: What it should look like and how to make it work” ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปราย ได้แก่ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล และ ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ เพื่อร่วมกันเสนอแนวทางกำหนด “ภารกิจสำคัญของประเทศ” ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
โดยมีเป้าหมายให้กรอบนโยบาย อววน. ฉบับใหม่เป็นกลไกสำคัญในการนำพาประเทศก้าวสู่การเติบโตบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน






