
เติมเงินค้างท่อ ‘กองทุนหมู่บ้าน’ 3,400 ล้าน นำร่อง 100 แห่งแรก ก.ค.นี้
รัฐบาลเตรียมเติมเงินค้างท่อเพิ่มทุนเงินล้าน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 3,400 ล้านบาท เบื้องต้นอาจนำร่องก่อนประมาณ 100 แห่ง เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 นี้
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมโอนเงินค้างท่อ 3,400 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้านที่ตกหล่นตั้งแต่ปี 2555
- จะเริ่มนำร่องโอนเงินให้กองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมประมาณ 100 แห่งแรก ภายในเดือนกรกฎาคม 2569
- มีการเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูกองทุนที่มีปัญหา เพื่อให้สามารถรับเงินเพิ่มทุนได้ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายในปี 2569
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า รัฐบาลเตรียมเร่งผลักดันการโอนเงินค้างท่อจากโครงการฟื้นฟูและเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 3,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนหมู่บ้านแห่งละ 1,000,000 บาท (ล้านที่ 2) ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ตกหล่นจากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2555 โดยเร็ว คาดว่า ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ จะทยอยโอนเงินลงไปให้หมู่บ้านที่มีความพร้อมได้ เบื้องต้นอาจนำร่องก่อนประมาณ 100 แห่ง
ทั้งนี้ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ครั้งที่ 5/2569 ที่ประชุมได้รับทราบโครงการฟื้นฟูและเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งกำหนดแนวทางดำเนินงานควบคู่กับการฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้กองทุนที่ผ่านการฟื้นฟูและมีความพร้อมได้รับการจัดสรรเงินเพิ่มทุนโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ผลักดันการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2569
“ตอนนี้ได้ตรวจสอบแล้วว่าเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านยังเหลือค้างอยู่อีก โดยมีอีกหลายกองทุนที่ไม่ได้รับเงิน เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า กองทุนบางแห่งมีปัญหาการดำเนินงาน บางแห่งมีปัญหาการฟ้องร้อง ไม่มีกรรมการ จนทำให้มีการแยกเกรดเป็นสีแดง แต่จากนี้ได้มอบหมายให้ สทบ. ทั้ง 14 สาขาเร่งเข้าไปช่วยแก้ปัญหาโดยด่วน เป็นพี่เลี้ยงให้กองทุนต่างๆ เพื่อปรับเกรดจากสีแดงมาเป็นสีเหลือง ก่อนจะเติมเงินลงไปให้เพราะเงินก้อนนี้ได้เตรียมไว้ให้อยู่แล้ว” นางสุขสมรวย ระบุ
นำร่องโอนเงิน ก.ค.นี้
นางสุขสมรวย กล่าวว่า ที่ผ่านมายอมรับว่ากองทุนหมู่บ้านบางแห่งมีปัญหาในการดำเนินงาน โดยเงินเพิ่มทุนก้อนนี้ที่เคยกันไว้ให้ในช่วงรัฐบาลก่อนๆ แต่ก็ยังไม่สามารถโอนลงไปถึงมือได้สำเร็จ ซึ่งแนวทางจากนี้ได้มอบนโยบายไปชัดเจนแล้วว่าให้เร่งแก้ไขโดยด่วน เริ่มจากกองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมก่อน คาดว่า ในระยะแรกคือเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ จะมีกองทุนหมู่บ้านกลุ่มแรก ประมาณ 100 แห่ง ได้รับการเพิ่มทุนก่อน จากนั้นจะทยอยแก้ปัญหาให้กับกองทุนส่วนที่เหลือ เพื่อให้การโอนเงินก้อนนี้สามารถทำได้เสร็จภายในปี 2569
อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ จะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อพบปะพูดคุย รับฟังปัญหา และรับฟังข้อคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนเงินเพิ่มทุนภายใต้โครงการฟื้นฟูและเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 ด้วย จากนั้นจะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดเข้ามาหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เพื่อมอบหมายการดำเนินงานต่อไป
ตั้งอนุฯ กลั่นกรองจัดงบประมาณ
พร้อมกันนี้ในการประชุมบอร์ดกองทุนหมู่บ้านครั้งล่าสุด ยังมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินโครงการสนับสนุนเสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (เพิ่มเติม) เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองและพิจารณาการจัดสรรงบประมาณโครงการให้เกิดประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความคุ้มค่าสูงสุดต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน โดยมอบหมายให้ สทบ. เร่งขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นกลไกสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน” นางสุขสมรวย กล่าว
ดันดอกเบี้ยคนละครึ่ง
นางสุขสมรวย กล่าวว่า รัฐบาลยังเร่งดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ล่าสุดที่ประชุมบอร์ดกองทุนหมู่บ้าน มีมติอนุมัติการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง รอบแรก ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ยื่นขอรับการสนับสนุนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ จำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินเพิ่มทุนรวม 38,530,000 บาท
สำหรับการอนุมัติในครั้งนี้จะช่วยให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 45,628 ราย ได้รับการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ รวมเป็นเงิน 32,204,016.90 บาท ส่งผลให้สมาชิกมีต้นทุนทางการเงินลดลง มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และสามารถนำเงินไปต่อยอดการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง เป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการบรรเทาภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ควบคู่กับการเพิ่มทุนหมุนเวียนให้กองทุน เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
หลักการโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่ง
หลักการสำคัญของโครงการ รัฐบาลจะจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านนำไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ บัญชี 1 ให้แก่สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของอัตราที่จัดเก็บปกติ โดยหลักการจัดสรรเงินทุน (ตามยอดดอกเบี้ยที่ปรับลด) รัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรวงเงินสมทบให้แก่กองทุนหมู่บ้าน โดยคำนวณจาก “ยอดเงินดอกเบี้ยรวมที่กองทุนปรับลดให้แก่สมาชิกในรอบสัญญา” ของปีบัญชีปัจจุบัน ตามเกณฑ์ขั้นบันได ดังนี้
1. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก รวมไม่เกิน 30,000 บาท รัฐบาลจะเพิ่มทุนให้ 30,000 บาท
2. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 30,000-50,000 บาท เพิ่มทุนให้ 50,000 บาท
3. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 50,000-70,000 บาท เพิ่มทุนให้ 70,000 บาท
4. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 70,000-90,000 บาท เพิ่มทุนให้ 90,000 บาท
5. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 90,000-120,000 บาท เพิ่มทุนให้ 120,000 บาท
6. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 120,000 บาทขึ้นไป เพิ่มทุนให้ 150,000 บาท
คุณสมบัติเบื้องต้นของกองทุนที่เข้าร่วมโครงการต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย มีคณะกรรมการบริหารกองทุนตามระเบียบ จัดส่งรายงานงบการเงินต่อ สทบ. อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี และสมาชิกมีมติเห็นชอบเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์







