thansettakij
เปิดยุทธศาสตร์ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯคนใหม่ดันเงินแสนล้านปั้นสตาร์ทอัพรากหญ้า

เปิดยุทธศาสตร์ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯคนใหม่ดันเงินแสนล้านปั้นสตาร์ทอัพรากหญ้า

05 ก.พ. 2569 | 22:26 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 2569 | 22:27 น.

ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯคนใหม่ดินหน้าดันเงินแสนล้านบาทปั้นกองทุน สตาร์ทอัพระดับรากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างระบบนิเวศการทำธุรกิจ

KEY

POINTS

  • ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯ คนใหม่ วางยุทธศาสตร์ 4 ปี เพื่อยกระดับกองทุนมูลค่าแสนล้านบาทสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนและกองทุนสำหรับสร้างสตาร์ทอัพรากหญ้า
  • ขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การพัฒนากองทุนด้วย Digital Transformation, การจัดตั้งโรงเรียนธุรกิจชุมชน (VBS), การเชื่อมโยงพันธมิตร และการสร้างผู้นำรุ่นใหม่
  • มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่กลับสู่ถิ่นฐาน และสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในทุกอำเภอผ่านโครงการหมู่บ้านต้นแบบ (Next Gen Pilot Villages)

นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) คนใหม่ เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ แผนการบริหารงานในระยะ 4 ปีข้างหน้า โดยระบุถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กร (Organizational Transformation) เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศข้ามข้อจำกัดเดิมและเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยได้วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ จากความเปราะบางสู่ความมั่นคง 

ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมา แม้กองทุนหมู่บ้านจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงเงินทุน แต่ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ 4 ข้อ ประกอบด้วย

  • ปัญหาการบริหารจัดการกองทุนและการฟื้นฟูกองทุน 
  • ระบบการตรวจสอบความโปร่งใส 
  • การขาดทักษะด้านดิจิทัลและผู้นำรุ่นใหม่ที่จะมารับไม้ต่อ 
  • ปัญหาการเบิกจ่ายและอนุมัติโครงการที่ยังค้างอยู่ เช่น โครงการ SML 

ดังนั้น จึงกลายเป็นวิสัยทัศน์ ยกระดับกองทุนหมู่บ้านสู่สถาบันการเงินชุมชนที่โปร่งใส เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ โดยมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ผ่าน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์ได้แก่  

เปิดยุทธศาสตร์ผอ.กองทุนหมู่บ้านฯคนใหม่ดันเงินแสนล้านปั้นสตาร์ทอัพรากหญ้า

  • พัฒนากองทุนฯ ซึ่งปัจจุบันมีขนาดใหญ่หลายแสนล้านบาทให้เป็นสถาบันการเงินของชุมชน และกองทุนสตาร์ทอัพรากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยเน้น Digital Transformation โดยปัจจัยสำคัญคือการเปลี่ยน สทบ. ให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งจะเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในยุคดิจิตอล
  • Village Fund Business School (VBS) ปั้นผู้ประกอบการชุมชน 4.0 ยกระดับจากกองทุนเงินกู้สู่หน่วยสนับสนุนธุรกิจชุมชน (Business Support Unit) ผ่านโครงการโรงเรียนธุรกิจชุมชน เพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นในยุคใหม่ เช่น การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing), การบริหารจัดการ Supply Chain และการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน
  • Synergy เชื่อมโยงพันธมิตร สทบ. จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อม (Connector) ระหว่างชุมชน ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ด้านการตลาด ด้านวิจัยพัฒนา เป็นต้น
  • Next Gen Leadership แก้โจทย์สังคมสูงวัยในชุมชนสร้าง Ecosystem เพื่อดึงคนรุ่นใหม่กลับสู่ถิ่นฐานผ่านการตั้งกองทุนและโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่สู่การเป็นสมาชิก การเป็นกรรมการบริหารกองทุน รวมถึงการเป็นเจ้าหน้าที่ของ สทบ. เองเพื่อถ่ายโอนความรู้จากรุ่นสู่รุ่น (Mentor-Mentee) และสร้างโมเดลหมู่บ้านต้นแบบ Next Gen Pilot Villages ค้นหาและสร้างสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในทุกอำเภอ เป็นต้น

“เป้าหมายของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติในยุคนี้  คือ ลดความเหลื่อมล้ำผ่านการพึ่งพาตนเองโดยยุทธศาสตร์ 4 ปีคือการสร้างคน สร้างสถาบันที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ที่มีความโปร่งใสในระดับสากล และมีขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านเป็นรากฐานที่มั่นคงของระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”