thansettakij
thansettakij
เปิดเกณฑ์ใหม่ กองทุนหมู่บ้าน 'โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง'

เปิดเกณฑ์ใหม่ กองทุนหมู่บ้าน 'โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง'

09 มิ.ย. 69 | 17:01 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 07:15 น.

คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) มีมติเห็นชอบอัดงบกว่า 4,452 ล้านบาท เปิดตัวโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" หวังให้เม็ดเงินลงถึงมือประชาชนโดยตรงและเร็วที่สุด

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ด้วยงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องให้ประชาชน
  • หลักการสำคัญคือรัฐบาลจะจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำไปลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ
  • การจัดสรรเงินทุนจะเป็นไปตามเกณฑ์ขั้นบันได โดยคำนวณจากยอดรวมดอกเบี้ยที่กองทุนปรับลดให้สมาชิก ซึ่งจะได้รับเงินสมทบตั้งแต่ 30,000 ถึง 150,000 บาท
  • กองทุนหมู่บ้านที่จะเข้าร่วมต้องเป็นนิติบุคคล มีการดำเนินงานโปร่งใส และได้รับมติเห็นชอบจากสมาชิก โดยจะเริ่มเปิดให้ยื่นคำขอได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.)  มีมติเห็นชอบดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณกว่า 4,452,000,000 บาท มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประชาชนในระดับฐานรากทั่วประเทศโดยตรง

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นางสุขสมรวย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ให้ขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน โดยการดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" โดยมีหลักการสำคัญคือ รัฐบาลจะจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านนำไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ บัญชี 1 ให้แก่สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของอัตราที่จัดเก็บปกติ ซึ่งเป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้ถึงมือของพี่น้องประชาชนโดยตรง โดยจะเริ่มให้แต่ละกองทุนส่งคำขอเข้าร่วมโครงการได้ ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้

หลักการจัดสรรเงินทุน (ตามยอดดอกเบี้ยที่ปรับลด)

รัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรเงินสมทบให้แก่กองทุนหมู่บ้าน โดยคำนวณจาก "ยอดเงินดอกเบี้ยรวมที่กองทุนปรับลดให้แก่สมาชิกในรอบสัญญา" ของปีบัญชีปัจจุบัน ตามเกณฑ์ขั้นบันได ดังนี้

ช่วงที่ 1: ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านปรับลดให้ ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับวงเงินจัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน 30,000 บาท

บรรยากาศการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีมติเห็นชอบดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง"

ช่วงที่ 2: ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านปรับลดให้ มากกว่า 30,000 แต่ไม่เกิน 50,000 บาท จะได้รับวงเงินจัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน 50,000 บาท

ช่วงที่ 3: ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านปรับลดให้ มากกว่า 50,000 แต่ไม่เกิน 70,000 บาท จะได้รับวงเงินจัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน 70,000 บาท

ช่วงที่ 4: ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านปรับลดให้ มากกว่า 70,000 แต่ไม่เกิน 90,000 บาท จะได้รับวงเงินจัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน 90,000 บาท

​ช่วงที่ 5: ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านปรับลดให้ มากกว่า 90,000 แต่ไม่เกิน 120,000 บาท จะได้รับวงเงินจัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน 120,000 บาท

ช่วงที่ 6: ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านปรับลดให้ มากกว่า 120,000 บาทขึ้นไป จะได้รับวงเงินจัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน 150,000 บาท

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์

สำหรับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของกองทุนหมู่บ้านที่จะเข้าร่วมโครงการ มีดังนี้

  1. สถานะนิติบุคคล : ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้อง
  2. การบริหารงาน : มีคณะกรรมการจัดการกองทุนตามระเบียบฯ
  3. ความโปร่งใส : มีผลการดำเนินงานและจัดส่งรายงานงบการเงินให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) อย่างน้อย 2 ปี (ตั้งแต่ปีบัญชี 2566 จนถึงปัจจุบัน)
  4. ฉันทามติจากชุมชน : สมาชิกกองทุนต้องมีมติเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม เพื่อขอรับสนับสนุนทุนและยินยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ย

เปิดเกณฑ์ใหม่ กองทุนหมู่บ้าน 'โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง'

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" มี 4 ขั้นตอน คือ

  1. ยื่นคำขอ : กองทุนหมู่บ้านยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสาร ณ ศูนย์ประสานงานกองทุนฯ ประจำจังหวัด หรือ สทบ.สาขาเขต (คลิก)
  2. ตรวจสอบ : สทบ.สาขาเขต ตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้อง ก่อนเสนอเรื่องให้ผู้อำนวยการ สทบ.สาขาเขต เพื่อประมวลผลส่งให้ สทบ.ส่วนกลางพิจารณาอนุมัติ
  3. โอนเงิน : สทบ.ส่วนกลาง โอนเงินจัดสรรเข้าบัญชี 1 ของกองทุนโดยตรง
  4. ทำสัญญา : กองทุนหมู่บ้านที่ได้รับเงินจัดสรร เร่งจัดทำหรือปรับปรุงสัญญาดอกเบี้ยกับสมาชิกให้เสร็จสิ้นภายในปีบัญชี

“นโยบาย 5 ความสุข”

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มอบนโยบายแก่ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้งส่วนกลางและ 14 สาขาเขตทั่วประเทศ ภายใต้ “นโยบาย 5 ความสุข” เพื่อยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 

นางสุขสมรวย กล่าวว่า ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า 79,610 กองทุน ครอบคลุมประชาชนมากกว่า 12 ล้านคนทั่วประเทศ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สำหรับ “นโยบาย 5 ความสุข” ประกอบด้วย

1. สมาชิกกองทุนมีความสุข

  • เร่งแก้ปัญหาหนี้สินผ่าน “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยเพิ่มทุนให้กองทุนที่ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่สมาชิกลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 คาดเปิดรับเข้าร่วมโครงการภายในเดือนมิถุนายนนี้

2. กองทุนหมู่บ้านมีความสุข

  • เพิ่มทุนและสภาพคล่อง พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือกับสถาบันการเงินของรัฐ

3. หมู่บ้านและชุมชนมีความสุข

  • ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนควบคู่สวัสดิการสาธารณะ

4. รัฐบาลร่วมมือมอบความสุข

  • บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง

5. สทบ. มีความสุข

  • พัฒนาองค์กร ระบบดิจิทัล กฎระเบียบ และศักยภาพบุคลากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้บุคลากร สทบ. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีขององค์กร โดยเชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศจะมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน