
ไทยเร่งเครื่อง AI บริหารน้ำ ยกระดับเศรษฐกิจ-รับมือภูมิอากาศโลก
ไทยเร่งปฏิวัติบริหารน้ำ สทนช.ผนึกจุฬาฯ-เอกชน ดัน Intelligent Water Data สู่เศรษฐกิจน้ำอัจฉริยะ ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพจัดสรรทรัพยากร
KEY
POINTS
- สทนช. เร่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- การประยุกต์ใช้ AI มีเป้าหมายเพื่อสร้าง "เศรษฐกิจน้ำอัจฉริยะ" ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดต้นทุน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
- มีการจัดงาน Thai Water Expo เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ผลักดันความร่วมมือด้านนวัตกรรมการจัดการน้ำ
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง ภาคอุตสาหกรรม และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการน้ำในอนาคตจึงต้องอาศัยการบูรณาการทั้งด้านนโยบาย ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
สทนช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลน้ำให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมสนับสนุนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรน้ำ การบริหารความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว
โดย 4 ประเด็นหลักที่ต้องเร่งยกระดับนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการได้แก่ การแจ้งเตือนภัยและแก้ไข สถานการณ์ตามแผนปฏิบัติการ การบรรเทาความเสียหายจากน้ำ การใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การปลูกพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
จัด Thai Water Expo และ Water Forum
ล่าสุดได้ดำเนินการร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพันธมิตรชั้นนำจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระหว่างประเทศ และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทยจัด Thai Water Expo และ Water Forum เพื่อเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ ให้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด เทคโนโลยี และแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ตอบโจทย์อนาคต พร้อมผลักดันความร่วมมือที่จะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศและภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
บริหารจัดการน้ำต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล-AI
ศ.ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อนาคตของการบริหารจัดการน้ำจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการใช้ข้อมูลเทคโนโลยีดิจิทัล และเอไอเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ โดยการเปลี่ยนข้อมูลน้ำให้เป็น Intelligent Water Data จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
การประยุกต์ใช้ Adaptive AI และการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาควิชาการสู่ภาคธุรกิจ จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบเศรษฐกิจน้ำอัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดต้นทุน และรองรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต นวัตกรรมด้านน้ำในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางวิศวกรรม แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนในอนาคต
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งหวังให้เวทีดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันหาแนวทางรับมือความท้าทายด้านน้ำของภูมิภาคในอนาคต
เชื่อมผู้กำหนดนโยบาย-ส่งเสริมลงทุน
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า Thai Water Expo เป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรมจากทั่วโลก รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
Thai Water Expo จัดภายใต้แนวคิด Transforming the Region’s Future with Sustainable Water Solutions ซึ่งสะท้อนบทบาทของงานในการผลักดันเทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือ ที่จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการน้ำของภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต







