thansettakij
thansettakij
'จุลพันธ์' เปิดโรดแมปแรงงานปี 70 เคลียร์หนี้ประกันสังคม 4.2 หมื่นล้าน

'จุลพันธ์' เปิดโรดแมปแรงงานปี 70 เคลียร์หนี้ประกันสังคม 4.2 หมื่นล้าน

01 ก.ค. 69 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 08:16 น.

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ตั้งเป้าปี 2570 ยกระดับทักษะแรงงานผ่าน "เรียนได้ งบ จบได้งาน" ปั้นคนตรงตลาดควบคู่เร่งชำระหนี้ประกันสังคม 4.2 หมื่นล้านให้จบปี 2574 รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

KEY

POINTS

  • รัฐบาลตั้งเป้าชำระหนี้เงินสมทบค้างจ่ายกองทุนประกันสังคมให้หมดภายในปี 2574 โดยจัดสรรงบประมาณปี 2570 กว่า 7,000 ล้านบาทเพื่อทยอยชำระ
  • เดินหน้าโครงการ "เรียนได้ งบ จบได้งาน" เพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill/Upskill) ให้ตรงตามความต้องการของตลาดในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • ชี้แจงงบประมาณปี 2570 ที่เพิ่มขึ้น 5% ว่าส่วนใหญ่เป็นการสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมและชำระหนี้ ขณะที่งบด้านการพัฒนาทักษะแรงงานถูกปรับลดลง

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงต่อที่ประชุมภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณและการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน โดยยืนยันว่ากระทรวงพร้อมรับข้อเสนอจากทุกฝ่ายเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน พร้อมเดินหน้าพัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับคุณภาพแรงงานไทย และเร่งแก้ปัญหาเงินสมทบที่ภาครัฐค้างชำระกองทุนประกันสังคม

งบแรงงานเพิ่ม 5% แต่ภารกิจหลายด้านถูกลด

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า งบประมาณของกระทรวงแรงงานในปี 2570 เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ท่ามกลางหลายกระทรวงที่ถูกปรับลดงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม งบที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็น งบเงินสมทบของรัฐบาลเข้าสู่กองทุนประกันสังคม ขณะที่งบดำเนินงานในหลายภารกิจของกระทรวง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการ Reskill และ Upskill ถูกปรับลดลงจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ เนื่องจากรัฐบาลยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลังและไม่ขยายกรอบการขาดดุลงบประมาณ

ตั้งเป้าชำระหนี้เงินสมทบประกันสังคมหมดปี 2574

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สิ้นเดือนกันยายน 2569 คาดว่าภาครัฐจะยังมียอดเงินสมทบที่ค้างชำระต่อกองทุนประกันสังคมประมาณ 42,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงปี 2558-2559 ที่เคยมียอดค้างสูงถึงประมาณ 100,000 ล้านบาท

ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 รัฐบาลได้ทยอยชำระหนี้ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2570 ได้ตั้งงบประมาณกว่า 7,000 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ส่วนนี้ และวางเป้าหมายชำระยอดค้างทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในปี 2574

"ผมยืนยันว่าจะเดินหน้าตามกรอบที่กำหนดไว้ เพื่อให้รัฐชำระเงินสมทบที่ค้างกับกองทุนประกันสังคมได้ครบถ้วน"

ดัน "เรียนได้ งบ จบได้งาน" ยกระดับแรงงานไทย

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แม้งบพัฒนาทักษะแรงงานจะถูกปรับลด แต่กระทรวงแรงงานยังเดินหน้าโครงการ "เรียนได้ งบ จบได้งาน" ซึ่งได้รับงบประมาณประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการนำร่องในปี 2570

โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แรงงานที่ต้องหยุดงานเพื่อเข้ารับการฝึกอบรม Reskill และ Upskill ลดผลกระทบจากการขาดรายได้ระหว่างพัฒนาทักษะ พร้อมเชื่อมโยงการฝึกอบรมกับตำแหน่งงานที่ภาคเอกชนต้องการ เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังจบหลักสูตร

กระทรวงแรงงานจะปรับรูปแบบการพัฒนาทักษะเป็น Demand Driven หรือพัฒนาตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยร่วมกับสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน กำหนดหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบไฟฟ้าแรงสูง และอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทย

 

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

 

เตรียมใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน พัฒนาทุนมนุษย์

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แม้งบประมาณรายจ่ายประจำปีจะมีข้อจำกัด แต่รัฐบาลยังมีกรอบงบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดให้การพัฒนาทุนมนุษย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ

กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอขอโครงการเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานเข้าสู่กรอบดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการลงทุนด้านคนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

พัฒนา Traffy Fondue รับเรื่องร้องเรียนแรงงาน

กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคมนี้

ระบบดังกล่าวจะเป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของแรงงานกว่า 45 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดให้รองรับแรงงานไทยในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือแรงงานผ่านระบบดิจิทัล

ศึกษาอนุสัญญา ILO ยกระดับมาตรฐานแรงงานไทย

กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างศึกษาการให้สัตยาบันอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม โดยเฉพาะ อนุสัญญาฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และ อนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม

ทั้งนี้ กระทรวงจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจและพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยเชื่อว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานไทย สร้างความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศ และลดอุปสรรคทางการค้าในอนาคต

นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงแรงงานพร้อมรับฟังข้อเสนอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่าย และพร้อมชี้แจงรายละเอียดการใช้งบประมาณในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อแรงงานและประเทศ